จนกระทั่งฟางจือจื่อเคาะประตูรถจากด้านนอก เพื่อเตือนว่าในช่วงบ่ายต้องเริ่มถ่ายทำแล้ว ซูจือถึงได้สติกลับคืนมา
เธอพูดกับหน้าจอเบาๆ ว่า “ฉันต้องไปถ่ายต่อแล้วนะ”
กู้เหยียนพยักหน้า “ไปเถอะ ดูแลตัวเองด้วย”
ซูจือตอบรับ “อือ” แล้วกดตัดวิดีโอ
เธอนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมอีกสองสามวินาที ก่อนจะสูดหายใจลึก ผลักประตูรถออกไป
—
วันต่อมา กลางดึก
ฝนเริ่มตกตั้งแต่ช่วงเย็น ปรอยๆ ตกเรื่อยมาไม่เคยหยุด
ระบบพ่นฝนเทียมของกองถ่ายเริ่มเพิ่มปริมาณตั้งแต่พลบค่ำ ไฟส่องสว่างแขวนอยู่กลางสายฝน ส่องถนนทั้งเส้นให้เปียกชุ่มเป็นประกาย
คืนนี้ถ่ายฉากสำคัญของเสิ่นจี้
คนสุดท้ายที่เธอเคยเชื่อใจในชีวิตก็จากเธอไปเช่นกัน
โทรไปก็ไม่ติด ส่งข้อความไปก็ไม่มีใครตอบ เธอยืนรออยู่ที่จุดนัดพบนานแสนนาน
ตั้งแต่ยามโพล้เพล้รอจนถึงกลางดึก ฝนยิ่งตกหนักขึ้น ผู้คนบนถนนยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็เหลือเพียงเธอคนเดียว
ในบทไม่มีบทพูดยาวๆ มีเพียงการรอคอยอันยาวนานและความเงียบงันในตอนจบ
ผู้กำกับตะโกนเริ่ม ซูจือยืนกลางสายฝน ตัวเปียกโชกไปทั้งตัว
เธอเริ่มจากก้มหน้า ไหล่ทั้งสองข้างเกร็งเล็กน้อย เหมือนกำลังฝืนสู้กับตัวเอง
จากนั้นเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองไปที่ปากทางข้างหน้า
ไม่มีใครมา
เธอหลุบตาลง มุมปากขยับเล็กน้อย เหมือนอยากจะยิ้มออกมา หรือเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่พูดสิ่งใดออกมา
