สิ่งเหล่านี้ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติและลื่นไหล กู้ตานเฉินกับเซี่ยอวินก็ชินชาแล้ว
“ว่าแต่ หนั่วหนั่ว” กู้ตานเฉินจิบซุปไปคำหนึ่ง แล้วถามอย่างไม่เป็นทางการ “ในรายการไม่มีใครหาเรื่องเธอใช่ไหม?”
ซูจือกลืนอาหารในปาก แล้วโบกมือ “ลุงกู้ท่านวางใจได้ หนูจัดการได้ค่ะ”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วขยิบตา “แล้วอีกอย่าง คนจะกล้ามารังแกหนูล่ะ! หนูเป็นจ้าวเมืองจิงเป่ยนะ!!”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ อย่างนี้สิถึงจะถูก!”
กู้ตานเฉินพยักหน้า “คนในครอบครัวเรา ไม่ก่อเรื่อง แต่ก็ไม่กลัวเรื่อง ถ้ามีใครไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เธอก็ให้กู้เหยียนจัดการได้ หรือถ้าไม่ไหวก็ยังมีลุง”
“รู้แล้วค่ะลุงกู้!”
ซูจือรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เธอคีบซี่โครงหมูให้กู้ตานเฉิน “ท่านไม่ต้องมากังวลเรื่องพวกนี้หรอกค่ะ กินข้าวให้อร่อยเถอะ ซี่โครงหมูวันนี้ของท่าน ทำได้เกินมาตรฐานสุด ๆ เลย!”
“ใช่ไหมล่ะ? ฉันก็รู้สึกว่าวันนี้มือมันดีเป็นพิเศษ!”
ความสนใจของกู้ตานเฉินถูกเบี่ยงเบนไปในทันที เขาเริ่มเล่าถึงเคล็ดลับการทำอาหารจานนี้อย่างไม่ขาดปาก
เซี่ยอวินนั่งหัวเราะพร้อมส่ายหน้าไปมา แล้วส่งสายตาให้ซูจือเป็นเชิงว่า “ดูพ่อมันสิ”
มื้ออาหารผ่านไปอย่างอบอุ่นและครึกครื้น
หลังอาหาร ซูจือแย่งกันช่วยเก็บโต๊ะ แต่ถูกเซี่ยอวินกับกู้ตานเฉินร่วมมือกัน “ไล่” ออกจากครัว
“มีกู้เหยียนอยู่ตั้งคน ไหนเลยจะต้องให้เธอลงมือ ลุยมาๆ มาลงเล่นหมากกับลุงสักกระดาน ลุงจะได้ดูว่าเธอฝีมือถอยลงไปแค่ไหน!”
กู้ตานเฉินอารมณ์ดีไปขนกระดานหมากล้อมหินอวิ๋นที่เก็บรักษาไว้อย่างดีมาจากห้องหนังสือ ส่วนซูจือฉวยโอกาสตอนที่กู้เหยียนเพิ่งเช็ดมือออกจากครัว ทำจมูกย่นใส่เขา ขยับปากร้องครวญโดยไม่มีเสียงว่า
