ผู้คนเดินขวักไขว่
ภายในโถงใหญ่ที่อื้ออึงไปด้วยเสียงผู้คน คำพูดของเธอดังก้องอยู่ในหูของเขาราวกับฟ้าผ่า
ต้วนหลิงอี้แทบจะประคองร่างสูงใหญ่ไว้ไม่อยู่ กระดูกและเส้นเอ็นราวกับถูกทุบทำลายลงทีละนิ้ว
จือจือของเขารังเกียจว่าเขาสกปรก
คำพูดนั้นกลายเป็นคำพิพากษาถึงตายที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
“จือจือ… ขอร้อง อย่าใจร้ายกับผมแบบนี้เลย…” เขาอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ความเจ็บปวดในอกทำให้แทบเปล่งเสียงไม่ออก
เขาไม่เคยคิดว่าจะได้พบฮั่วอีอีกครั้ง
ยิ่งไม่คิดเลยว่า สิ่งที่รออยู่ในการพบกันอีกครั้งจะไม่ใช่การสารภาพผิดและชดเชยให้เธอ แต่เป็น… สถานการณ์ที่ไม่อาจแก้ไขได้อีกแล้ว
เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ ฮั่วอีกะพริบตา กลั้นความรู้สึกขมปร่าที่จุกอยู่ในอกเอาไว้
“ตอนที่คุณขึ้นเตียงกับผู้หญิงคนอื่น เคยคิดบ้างไหมว่าทำกับฉันโหดร้ายแค่ไหน?” เธอย้อนถาม
ต้วนหลิงอี้ราวกับถูกฟ้าผ่า
“ต้วนหลิงอี้ พวกเราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ทำอะไรย่อมรู้ดีว่าต้องแลกกับอะไร คุณคิดว่าฉันเปราะบางเกินไป คิดว่าฉันขาดคุณไม่ได้ แต่คุณคิดผิด ฉันไม่เคยกลัวการสูญเสีย ของสกปรก น่ารังเกียจ ทำให้ฉันคลื่นไส้ ฉันโยนทิ้งให้หมดจดเสมอ และไม่มีวันหันกลับไปมอง!”
คำพูดเหล่านี้แทบสูบเรี่ยวแรงของเธอไปจนหมด
แต่ก็เด็ดขาดมากพอ
นี่คืออีกด้านหนึ่งของเธอที่เซี่ยเจิงอ๋างได้ค้นพบ
เขาคิดมาตลอดว่าเธอร่าเริงและเป็นอิสระ ทำอะไรไม่เป็นระเบียบแต่ก็มีความคิดแปลกใหม่อยู่เสมอ ทว่าไม่เคยคิดเลยว่าจิตใจของเธอจะเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ถึงเพียงนี้ ราวกับทั้งตัวกำลังเปล่งประกาย ทั้งที่เคยเจ็บปวด แต่กลับถอนตัวออกมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่จมอยู่กับความทุกข์หรือโทษตัวเอง
หัวใจของเซี่ยเจิงอ๋างสั่นไหว
เขามองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เปล่งประกายเจิดจ้า
ทำให้หัวใจของเขาค่อย ๆ ร้อนผ่าว อุณหภูมิสูงขึ้นทีละน้อย