อย่างไรเสีย ก่อนหน้านี้เธอก็ยังจำได้ดี
ข้าวของของเธอเกือบถูกเซิ่งซือเหนียนโยนออกไป เพื่อให้ซูจื้อเหยาเข้ามาอยู่แทน
หลังจากนั้นซูจื้อเหยาก็เคยแวะมาที่นี่อยู่หลายครั้ง
แม้แต่สถานที่ที่เธอเคยอยู่มานานถึง 7 ปี ก็ไม่ใช่บ้านหลังเดิมอีกต่อไปแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของเวินซู แววตาของเซิ่งเจิงโจวไหววูบเล็กน้อย ทว่าเขาไม่ได้พูดต่อในหัวข้อนี้ ไม่รู้ว่าเพราะขี้เกียจสนใจเรื่องที่เธอปักใจเชื่อไปแล้ว หรือเพราะไม่อยากพูดถึงซูจื้อเหยาอีก
ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องรับแขก
เวลานี้พี่เฉินยังไม่เลิกงาน
พอเห็นเวินซูกลับมา เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเรียกด้วยความยินดี “คุณผู้หญิง กลับมาแล้วหรือคะ”
เวินซูแก้ให้ “เรียกฉันว่าเสี่ยวซูก็พอค่ะ ฉันหย่ากับประธานเซิ่งแล้ว”
พี่เฉินกระอักกระอ่วน เผลอหันไปมองเซิ่งเจิงโจว
เซิ่งเจิงโจวยังคงไม่สนใจคำพูดของเวินซู
เขาบอกว่า “รบกวนเอากล่องยาให้หน่อย”
พี่เฉินรีบถอยออกจากสมรภูมิอันชวนอึดอัดนี้
เวินซูถอนหายใจ แล้วสุดท้ายก็เดินเข้าไปหา “ยกมือขึ้น ฉันขอดูหน่อย”
แม้เขาจะยื่นมือเข้ามาช่วยเพื่อให้เธอถูกขายได้ราคาดี แต่เขาก็บาดเจ็บจริง ๆ แถมยังมาเจ็บซ้ำหลังจากกระโดดตึก ต่อให้ร่างกายแข็งแรงแค่ไหนก็ทนความเจ็บปวดเช่นนี้ไม่ไหว
ที่ลิ่งอี๋ปลอดภัยดีได้
เธอปฏิเสธความดีความชอบของเซิ่งเจิงโจวไม่ได้
เรื่องหนึ่งก็ส่วนเรื่องหนึ่ง
เซิ่งเจิงโจวไม่แปลกใจที่เวินซูมีท่าทีเช่นนี้ เธอก็เป็นแบบนี้ ปากแข็งอยู่เสมอ แต่ใจอ่อนมาตลอด ตั้งแต่เด็กก็เป็นเช่นนั้นแล้ว
