หลังพูดจบ ซูจื้อเหยาก็ไปล้างมือ ก่อนจะจากไปพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก
รอยยิ้มที่เบิกบานจนปิดบังเอาไว้ไม่มิด
มันแปรเปลี่ยนเป็นมีดแหลมคมที่จับต้องได้ ทิ่มแทงจนหว่างคิ้วของเวินซูปวดตุบ ๆ
อีกฝ่ายเดินจากไปอย่างไม่ลังเล จนเวินซูไม่มีโอกาสแม้แต่จะสวนกลับ
เวินซูอดเปล่งเสียงหัวเราะในลำคอไม่ได้ ทั้งยังขำด้วยความโมโห
บางคนไร้ยางอายถึงขั้นนี้แล้ว ทำเรื่องผิดแท้ ๆ ยังสรรหาชื่อสวยหรูมาอ้างให้ตัวเอง เรียกกันอย่างไพเราะว่าความรักอยู่เหนือทุกสิ่ง
ตอนที่เธอออกมา
ก็เห็นซูจื้อเหยาเดินตรงไปหาเซิ่งเจิงโจว
ราวกับมีสิทธิ์ยืนอยู่ข้างเขามากกว่าเธอเสียอีก
เผยจืออวี้เดินเข้ามา เห็นสีหน้าเวินซูเคร่งขรึมเล็กน้อย จึงถามว่า “เป็นอะไรไป?”
เวินซูละสายตากลับมา เม้มริมฝีปาก “ไม่มีอะไร โดนหมากัดน่ะ”
หมาบ้าก็เป็นแบบนี้ ต่อให้คุณไม่สนใจมัน มันก็ยังตามไล่กัดคุณไม่เลิก
เผยจืออวี้หันไปมองทางซูจื้อเหยาโดยไม่รู้ตัว
“เธอเหรอ?”
“เดี๋ยวยังมีอะไรต้องทำอีกไหม?” เวินซูไม่อยากพูดถึงเรื่องซูจื้อเหยาให้เสียเวลาและเสียแรง
เผยจืออวี้จึงบอกว่า “เดี๋ยวมีงานเลี้ยง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยอยากคุยกับเธออย่างเป็นทางการ จะได้จัดการเรื่องตำแหน่งงานต่อจากนี้”
ตอนนี้เวินซูกำลังเป็นที่จับตามอง มหาวิทยาลัยจึงให้ความสำคัญกับเธอมาก
เวินซูใช้นิ้วเกาปลายจมูกเบา ๆ “อ้อ จำเป็นต้องไปกินข้าวด้วยเหรอ?”
เผยจืออวี้ยกนิ้วดีดหน้าผากเธอ “ศิษย์พี่ของเธอก็ไปด้วย จะกลัวอะไร ก็แค่ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานในอนาคตอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ขั้นตอนของเธอยังไม่เสร็จ เลยยังเปิดเผยสถานะไม่ได้ แต่การพบปะพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวอย่างเป็นทางการก็จำเป็นมาก”