แววตาของเขาดูแตกสลายอย่างเห็นได้ชัด ทว่ากลับแฝงความปรารถนาครอบครองบางอย่างที่เวินซูจับต้องไม่ได้ คล้ายเป็นเพียงภาพลวงตาของเธอ
เธอมองมือที่สอดประสานนิ้วกับเขา
สัมผัสนั้นทั้งรุกเร้า ทั้งไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง และยังไม่ยอมให้เธอหนีไปไหน
“เธอแค่ล้อคุณเล่น”
ท้ายที่สุดเวินซูก็ใจแข็งไม่ลง
ถึงอย่างไรตอนนี้เซิ่งเจิงโจวก็เป็นผู้ป่วย อารมณ์ของเขาเองก็ต้องได้รับการใส่ใจอย่างเหมาะสม
เธอไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องของฮั่วเยี่ยนแม้แต่คำเดียว
คำตอบนี้ดูเหมือนจะทำให้เขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นจาง ๆ “อย่างนั้นเหรอ”
“อืม นอนลงเถอะ สายตาคุณไม่ดี ถ้าชนหรือหกล้มขึ้นมาคงไม่ดีแน่” เวินซูอดทนไม่น้อย เธอจัดให้เขานอนลงเรียบร้อย
“เมื่อคืนผมไม่ได้นอน คุณอยู่เป็นเพื่อนผมสักหน่อยได้ไหม” เขาคลายมือที่จับเธอเล็กน้อย น้ำเสียงเหมือนกำลังขอความเห็น
เวินซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ได้ ฉันจะทำงานอยู่ตรงนี้ คุณนอนพักสักหน่อยนะ”
“ได้”
แทบจะทันทีที่เธอพูดจบ เขาก็ดูราวกับคว้าชัยชนะไว้ในมือแล้ว รีบกำมือที่คลายออกกลับแน่นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยคิดจะปล่อยตั้งแต่แรก แค่ทำไปเพื่อเอาตัวรอดชั่วคราวเท่านั้น
เวินซูอยากบอกว่าเขาจับมือเธอไว้ตลอด แล้วเธอจะทำงานได้อย่างไร
แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปาก เธอก็ไม่กล้าพูดอะไรกับผู้ป่วยอย่างเขา
สุดท้ายจึงหยิบคอมพิวเตอร์ด้วยมือข้างเดียว
เซิ่งเจิงโจวไม่ได้หลับตา เขามองออกว่าเธอกำลังยอมอ่อนข้อและอดทนให้
เธอก้มหน้ามองคอมพิวเตอร์ ส่วนเขาก็เอาแต่มองเสี้ยวหน้าของเธอ
ความใจดีและอ่อนแอในแววตาค่อย ๆ ถูกปกคลุมด้วยความมืดหม่น เธอบอกว่าไม่มีเรื่องอย่างนั้น เธอบอกว่าเพื่อนแค่ล้อเขาเล่น