เวินซูมองหญิงชราตรงหน้า
ใบหน้านั้นแทบไร้ที่ติ
ไม่ว่าใครมองก็เห็นว่าเป็นผู้ใหญ่ที่รักและเอ็นดูคนรุ่นหลังอย่างยิ่ง
ช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง ทั้งที่เคยแนะนำคนสารเลวให้เธอจนชีวิตพังพินาศ ทั้งยังไม่สนว่าเธอจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แล้วยังเอาใบหย่าปลอมมาให้เธออีก
ตระกูลเซิ่งแห่งนี้ช่างเป็นถ้ำกินคน
เข้าใกล้แล้วไม่มีใครดูเป็นคนอีกต่อไป
ล้วนเป็นครึ่งคนครึ่งผี
เวินซูหัวเราะออกมาอย่างไร้สาเหตุ แววตาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
พอฮูหยินผู้เฒ่าเซิ่งเห็นสีหน้าเช่นนั้น ก็รู้สึกอึดอัดใจ คิ้วค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน “ซูซู ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ถ้าไม่พอใจอะไรก็บอกมาตรง ๆ ได้”
เวินซูมองสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเซิ่ง
ก็แค่เห็นแก่สถานะของเธอในตอนนี้ จึงอยากผูกมัดเธอไว้เพื่อหาผลประโยชน์ให้ตระกูลเซิ่ง อยากให้เธอกลายเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงของตระกูล จะได้บงการได้ตามใจ
แต่กลับต้องทำท่าราวกับหวังดีต่อเธอ และมอบความเมตตาให้เธอ
เธอหัวเราะออกมาอีกครั้ง
เซิ่งเจิงโจวมองเธอ แววตาในดวงตาดำลึกล้ำยากจะอ่าน
เห็นได้ชัดว่าสภาพของเธอในตอนนี้ไม่เหมือนปกติ
เวินซูเดินไปยังโต๊ะวางเครื่องดื่มซึ่งอยู่ห่างออกไปสองก้าว หยิบแชมเปญขึ้นมาแก้วหนึ่ง แล้วยกดื่มรวดเดียวหมด
สายตาของเซิ่งเจิงโจวติดตามเธอไป
ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้ว ไม่ชอบท่าทีโอ้อวดเกินไปของเวินซู ดูไม่เรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี เธอกำลังจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่าง
เวินซูดื่มหมดแก้วแล้วชูมือขึ้นสูง ก่อนฟาดแก้วเปล่าลงบนพื้นหินอ่อนอย่างแรง
เสียงแก้วแตกดังแหลมบาดหู
ท่ามกลางเสียงดนตรีคลอแผ่วหวาน มันฟังดูขัดหูเป็นพิเศษ
จนดึงดูดความสนใจของแขกที่อยู่รอบข้างได้อย่างเต็มที่
การ “ก่อเรื่อง” ของเวินซูทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเบิกตากว้าง ถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า “เวินซู เธอทำอะไรน่ะ เลิกก่อเรื่องได้แล้ว”
