“คุณมาที่นี่ทำไม วันนี้เรื่องนี้เหมือนจะไม่เกี่ยวกับคุณนะ” เซิ่งเฉาหยางรู้สึกว่าเวินซูก็น่ารำคาญไม่แพ้กัน
ปากคอเราะร้าย ไม่เห็นมีท่าทางอ่อนหวานว่าง่ายสมเป็นผู้หญิงเลยสักนิด
“ฉันอนุญาตเอง”
ดวงตาดำขลับของเซิ่งเจิงโจวมองเขา “ต้องรายงานคุณด้วยหรือไง?”
เซิ่งเฉาหยางรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาตามแผ่นหลังอย่างไม่มีสาเหตุ
ความหวาดกลัวที่มีต่อเซิ่งเจิงโจวตั้งแต่เด็กผุดขึ้นมาอีกครั้ง สีหน้าเขาดูไม่ดีนัก แต่ก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำกับเซิ่งเจิงโจวในเวลานี้
อย่างไรเสีย
วันนี้ก็คือวันที่เซิ่งเจิงโจวจะตกจากแท่นบูชา!
ต่อจากนี้เซิ่งเจิงโจวก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอีกแล้ว!
เขาหันหลังเดินไปนั่งบนเก้าอี้ด้านใน
เวินซูดูออกว่าอีกฝ่ายเกรงกลัว
เธอไม่ได้พูดแทนเซิ่งเจิงโจวหรอก แค่ท่าทีของเซิ่งเฉาหยางชวนให้คนหมั่นไส้อยู่แล้ว
อีกอย่าง
เซิ่งเจิงโจวก็ไม่จำเป็นต้องให้เธอ “ช่วย”
ผู้ชายคนนี้ปากร้ายกว่าเธอเสียอีก
เมื่อเข็นเขาเข้าไปด้านในต่อ
เซิ่งฝู่หลินซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งประธานในห้องโถงก็มองมา
สายตาเลื่อนผ่านเวินซูไปหยุดที่ขาของเซิ่งเจิงโจว ก่อนขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น?”
เซิ่งเจิงโจวสีหน้าไม่เปลี่ยน “เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย รถชน ไม่เป็นไรครับ”
สีหน้าของเซิ่งฝู่หลินอ่านไม่ออก
ในดวงตาเจือแววไม่พอใจและเย็นชา คนขับรถของเซิ่งเจิงโจวจะพลาดง่าย ๆ ได้อย่างไร เรื่องรถชนเช่นนี้ ต่อให้เป็นการจงใจก่อเหตุยังมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าอุบัติเหตุเสียอีก
เวินซูเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเซิ่งเจิงโจวถึงใช้เหตุผลแบบนี้ หากประธานเซิ่งผู้เฒ่าสั่งให้ตรวจสอบ ไม่เท่ากับเปิดโปงเรื่องนี้ง่าย ๆ หรอกหรือ?
อย่างไรเสียเขาก็เป็นทายาทที่ได้รับเลือกด้วยตัวเอง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายให้ความสำคัญกับเขามากแค่ไหน
