ฮั่วอีมองเห็นสีหน้าแปลกประหลาดวูบหนึ่งของเซี่ยเจิงอั๋งได้อย่างชัดเจน
ในใจเธอพลันสะใจสุด ๆ
บูมเมอแรงย้อนกลับไปปักเจ้าของเสียที
แต่เรื่องหนึ่งก็ส่วนเรื่องหนึ่ง แม้เธอจะไม่ได้จับมือกับเซี่ยเจิงอั๋ง ทว่าเรื่องของเซี่ยฉงก็ยังต้องพูดกันตามเนื้อผ้า เธอจึงเอ่ยว่า “ฉันไม่ใช่หมอ แต่ค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแล้ว ทำได้แค่พยายามใช้วิธีที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกับฉงฉง คอยชี้แนะเขา ส่วนสารคดีส่วนตัวที่ถ่ายทำไว้ หลังจากนั้นจะพาไปพบแพทย์ให้หมอประเมินอาการและแผนการรักษาใหม่ก็ได้”
เธอค่อนข้างชอบฉงฉง
เด็กน้อยแม้จะไม่สื่อสารกับคนอื่น แต่ก็ไม่ใช่เด็กที่งอแงวุ่นวาย แถมเวลาเงียบ ๆ ยังทำให้คนเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้
เซี่ยเจิงอั๋งอดมองใบหน้าที่เปี่ยมชีวิตชีวาของฮั่วอีไม่ได้ เธอทำงานอย่างจริงจัง ตอนนั้นที่เขาตัดสินใจถ่ายสารคดีส่วนตัวของฉงฉง ก็เพื่อการรักษาในภายหลังเช่นกัน
ไม่ว่าเป็นใคร ก็คงได้แต่เดินตามฉงฉงเงียบ ๆ ถือกล้องเล็งไปที่เขา ไม่ทำอะไรอย่างอื่น นอกจากทำงานถ่ายทำของตัวเองให้เสร็จ
แต่ผู้หญิงตรงหน้าเขาคนนี้...
กลับตั้งใจขัดเกลางานชิ้นนี้ ไม่ได้ทำอย่างเย็นชาไร้ความรู้สึก
เธอแตกต่างจากคนอื่นมาก
เซี่ยเจิงอั๋งจ้องเธออยู่นาน “คุณใส่ใจมาก”
ฮั่วอีไม่ถ่อมตัวเลยสักนิด “งั้นก็เพิ่มเงินสิ”
เธอเป็นคนทำงานที่มีความมุ่งมั่นก้าวหน้าสุด ๆ
จู่ ๆ เซี่ยเจิงอั๋งก็หัวเราะออกมา
บนใบหน้าหล่อเหลาแสนเจ้าชู้มีแววขบขันอยู่หลายส่วน เขากวาดตามองฮั่วอีตั้งแต่หัวจรดเท้า “ได้สิ เพิ่มค่าจ้างจากเดิมเป็นสองเท่า”
ฮั่วอีตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ดวงตาเป็นประกายวาววับ