เวินซูรู้สึกว่าเสียงอื้ออึงดังอยู่ข้างหู
เธอพยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้ พลางกำมือแน่น “จริงเหรอคะ?”
ใครจะรู้ว่าเธอเฝ้ารอวันนี้มานานแค่ไหน!
เธอคิดว่าเรื่องที่เซิ่งเจิงโจวเปิดอกคุยกับฮูหยินผู้เฒ่าเซิ่งเมื่อวานคงได้ผลอยู่บ้าง
ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นความมุ่งมั่นของเขา
และเข้าใจว่าการบีบบังคับกันแบบนี้ไม่ใช่ทางออก
จู่ ๆ เวินซูก็รู้สึกขอบคุณเซิ่งเจิงโจวที่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อซูจื้อเหยา อย่างน้อยก็ทำให้เธอมองเห็นความหวัง
ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “แต่เรื่องนี้มีเงื่อนไขนะ”
“คุณย่าพูดมาได้เลยค่ะ”
“ครั้งก่อนที่เธอบอกฉันว่าตกหลุมรักผู้ชายคนอื่น ฉันลองคิดดูแล้ว ถ้าเธอมีคนที่รักจริง ๆ คุณย่าก็ใช่ว่าจะยอมให้เธอมีความสุขไม่ได้ เอาอย่างนี้สิ พาเขามาให้คุณย่าดูหน่อย ถ้าเขาดีพอจริง ๆ คุณย่าก็จะยกเธอให้เขา”
รอยยิ้มตรงมุมปากของเวินซูค่อย ๆ จางลง
เธอไม่คิดเลยว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะมีข้อเรียกร้องแบบนี้
แต่ตอนนั้นเธอกุเรื่องขึ้นมาจริง ๆ
แล้วจะไปหาคนแบบนั้นที่ไหนมาเล่นตามแผนกับเธอได้ล่ะ?
ฮั่วเยี่ยนงั้นเหรอ?
เห็นได้ชัดว่าไม่ได้
สถานะของฮั่วเยี่ยนพิเศษเกินไป
ถ้าฮั่วเยี่ยนมาจริง ๆ คงเกิดปัญหาตามมาไม่น้อย เพราะสองตระกูลต่างก็ชิงดีชิงเด่นกันอยู่ลับ ๆ
ที่ว่าทางเหนือเป็นของเซิ่ง ทางใต้เป็นของฮั่วนั้นไม่ใช่แค่คำพูดลอย ๆ
เวินซูเงียบไปครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที “เธอโกหกหลอกฉันจริง ๆ ด้วย แล้วทำแบบนั้นไปทำไม?”
เวินซูถูกคำพูดนั้นอุดปากจนพูดไม่ออก
เธอเงียบไปแค่สองวินาทีเท่านั้นเอง