เวินซูไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
เธอเงยหน้ามองซูจื้อเหยา อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงหน้าอย่างเปิดเผย สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์เต็มที่ วางท่าเป็น...ภรรยาตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
เวินซูแทบหลุดหัวเราะ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ความมั่นใจแบบนี้ช่างบาดตาเสียจริง
ระหว่างที่เวินซูกำลังพูดไม่ออกกับสถานการณ์ตรงหน้า
ผู้คนรอบข้างไม่น้อยต่างสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของพวกเธอ
ถึงอย่างไรเมื่อมีเซิ่งเจิงโจวอยู่ที่นี่ สายตาที่จับจ้องก็ย่อมไม่เคยขาด
คนแถวหลังมองทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจไปเองว่าซูจื้อเหยาต่างหากคือแฟนตัวจริง แล้วรีบพูดไกล่เกลี่ยขึ้นมาราวกับหวังดี “คุณผู้หญิงคงไม่รู้สินะคะว่าคุณซูเป็นคนใกล้ชิดของประธานเซิ่ง ลองเสียสละให้คู่รักเขาสมหวังสักครั้งดีไหมคะ?”
บางคนอยากฉวยโอกาสสร้างความประทับใจต่อหน้าเซิ่งเจิงโจว จึงพากันพูดสนับสนุน “ใช่แล้ว จะไปขัดขวางคนรักกันทำไมล่ะคะ? คุณยอมเปลี่ยนที่นั่งหน่อยเถอะ แค่ที่นั่งเดียวเอง ไม่มีปัญหาหรอก”
เมื่อเห็นคนนอกเข้าข้างตัวเอง มุมปากของซูจื้อเหยาจึงยกขึ้นเล็กน้อย
เธอมองเวินซูจากมุมสูง “งานใกล้จะเริ่มแล้ว รบกวนอย่าเสียเวลาเลยนะคะ ได้ไหม?”
น้ำเสียงของเธอฟังดูสุภาพ
แต่ความหมายแฝงกลับเป็นการขับไล่กันอย่างโจ่งแจ้ง
เวินซูช้อนขนตาขึ้น ไขว่ห้างพลางมองซูจื้อเหยาอย่างเรียบเฉย “แค่ที่นั่งเดียวก็ยังต้องแย่ง คุณอยากให้ฉันยกให้ด้วยความสงสารหรือไง? นี่คือท่าทีเวลาขอร้องคนอื่นเหรอ?”
รอยยิ้มของซูจื้อเหยาแข็งค้าง “เวินซู ไม่เห็นต้องพูดให้เป็นเรื่องใหญ่เลยนี่ แค่ที่นั่งเดียวเอง”