ในงานทางการ เรื่องที่นั่งอาจเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ได้ เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของสถานะและฐานะ
ลู่เฟ่ยคิดว่าเวินซูไม่มีคุณสมบัติพอจะนั่งในตำแหน่งแบบนี้จริง ๆ
อย่างไรเสีย พวกเขาก็รู้จักเวินซูดี เธอเป็นคนไร้ชื่อเสียง จะให้แนะนำตัวเองอย่างไรล่ะ?
เวินซูจะไม่รู้สึกได้อย่างไรว่าลู่เฟ่ยกำลังสงสัยและดูแคลนเธออย่างไม่ปิดบัง
เขาคิดว่าเธอไม่คู่ควรกับที่นั่งนี้
“ส่วนเหยาเหยา” ลู่เฟ่ยเหลือบมองเวินซู ก่อนหันไปพูดกับเผยจืออวี้ “เหยาเหยาเคยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจิงต้า ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นศิษย์เก่ากิตติมศักดิ์แล้ว อีกอย่าง วันนี้เหยาเหยามาในฐานะคู่ควงของพี่โจว พวกเขาก็ควรนั่งด้วยกัน ผมคิดว่าป้ายชื่อของเวินซูน่าจะวางผิดที่”
นอกจากวางผิดที่แล้ว เขาก็นึกไม่ออกว่าจะมีความเป็นไปได้อื่นอีก
คำพูดของลู่เฟ่ยทำให้สีหน้าอึดอัดของซูจื้อเหยาผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เมื่อครู่เผยจืออวี้ยังยืนกรานจะเอาเรื่องที่นั่ง ตอนนี้เธอเองก็คิดว่าเรื่องนี้อาจเป็นแค่ความเข้าใจผิดจริง ๆ
อวี้เหยี่ยนเว่ยไม่ได้พูดอะไร
เขาไม่สนใจเรื่องแบบนี้ เพียงแต่สงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง เวินซูใส่ใจเรื่องที่นั่งขนาดนี้ แก่นแท้แล้วก็เพราะใส่ใจเซิ่งเจิงโจว
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง
เธอจะมีใจให้ฮั่วเยี่ยนสักกี่ส่วนกัน?
“ประธานเผย ใกล้จะเริ่มแล้ว เราไม่ต้องมานั่งถกกันหรอกค่ะ ในเมื่อเจิงโจวไม่ได้คัดค้านที่ฉันนั่งตรงนี้ ประธานเผยจะเอาเรื่องอะไรอีกคะ?” ซูจื้อเหยายิ้ม
ตอนนี้เธอค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าป้ายถูกวางผิด
อย่างไรเสีย เธอก็มาในฐานะคู่ควงของเซิ่งเจิงโจว ทางมหาวิทยาลัยย่อมจัดให้พวกเขานั่งด้วยกันตามสมควร