น้ำเสียงของจงเฮ่อถังเปี่ยมพลัง
ไมโครโฟนวางอยู่บนโต๊ะ ทำให้เสียงของเขาดังก้องไปถึงหูทุกคนอย่างชัดเจน
ชั่วพริบตานั้น
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
ราวกับอากาศถูกสูบจนเป็นสุญญากาศ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างอึดอัดจนหน้าแดงก่ำไปหมด
ทุกคนหันขวับไปมองเวินซูอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
อวี้เหยี่ยนเว่ยกับลู่เฟ่ยที่เดิมทีเพียงเฝ้าดูสถานการณ์อยู่เงียบ ๆ ต่างลุกพรวดจากเก้าอี้พร้อมกัน
พวกเขานึกว่าตัวเองฟังผิดไป
แต่ทุกอย่างกลับลงล็อกพอดี
มิน่าเวินซูถึงรุ่งโรจน์ในเฮ่อจื้อ มิน่าเวินซูถึงลงชื่อในงานวิจัยพัฒนายารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดตัวใหม่ มิน่าเวินซูถึงได้เป็นรองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยจิงต้า——
โดยเฉพาะอวี้เหยี่ยนเว่ย
เขาจ้องใบหน้าของเวินซู ดวงตาสั่นไหวอย่างรุนแรง เวินซูคือเฟย์ในตำนานคนนั้นหรือ?
เป็น...แฟนเก่าของฮั่วเยี่ยนคนนั้นน่ะหรือ?
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า...
หลังความเงียบงัน คลื่นลูกใหญ่ยิ่งกว่าก็ซัดโถมขึ้นมา
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นระงม
ใบหน้าของซูจื้อเหยาซีดลงทีละน้อย ริมฝีปากสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอมองเวินซูที่ยังคงสงบนิ่งเกินกว่าปกติด้วยความตะลึง
เสียงอื้ออึงดังก้องอยู่ข้างหู
“คุณ...เป็นไปได้ยังไง...?”
เธอถามเสียงแหบพร่าอย่างเสียอาการ
โลกทัศน์ในหัวพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
เหอหว่านอินเองก็ไม่คาดคิด จึงหันไปมองจงเฮ่อถังอย่างตกตะลึง “เวินซูน้อยเป็นลูกศิษย์ของคุณเหรอ? ทำไมไม่เคยเล่าให้ฉันฟังเลย?”
จงเฮ่อถังย่อมไม่พูดว่าเป็นเพราะก่อนหน้านี้เวินซูมีสถานการณ์พิเศษ
เธอคลอดลูกในฐานะเฟย์
หากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยตั้งแต่แรก ก็จะมีปัญหาตามมามากเกินไป
แต่ตอนนี้เธอหย่าแล้ว
แถมยังจะแต่งงานกับฮั่วเยี่ยนด้วย
จึงไม่จำเป็นต้องระมัดระวังถึงเพียงนั้นอีก
เวินซูรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลอกเลียนผลงาน ตัวตนของเธอก็ไม่มีทางปิดบังได้อีก หากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เธอก็จำเป็นต้องเปิดเผยทุกอย่าง
