เวินซูขึ้นรถ
ลิ่งอี๋ยังมีสติอยู่ เพียงแต่ใบหน้าเล็กซีดเผือด ส่วนแขนก็มีรอยแผลลึกจากผิวเนื้อนุ่มที่ถูกครูดจนเปิด ตอนซูจื้อเหยาโยนเธอออกไปโดยไม่ลังเล แขนของเธอกระแทกเข้ากับขอบดาดฟ้า
เลือดแดงฉานเปื้อนชุดเจ้าหญิงแสนสวยที่เธอสวมมาในวันนี้
เวินซูตัวสั่น ไม่กล้าแตะต้องลูก
เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองในฐานะแพทย์กลับหวาดกลัวจนเหมือนถูกมารในใจครอบงำ ไม่กล้าลงมือตรวจดูอาการ
ยังดีที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์บนรถเห็นเธอ จึงเอ่ยปลอบว่า “อย่าเพิ่งร้อนใจ กระดูกน่าจะไม่เป็นอะไร แค่แผลภายนอกดูน่ากลัวเท่านั้น แต่เลือดหยุดไหลไม่อยู่ ต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อจัดการเรื่องการแข็งตัวของเลือด แล้วก็ตรวจดูอาการบาดเจ็บภายใน...”
เวินซูฟังแทบไม่รู้เรื่อง
ลิ่งอี๋คงเจ็บมาก หน้าผากจึงชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
เสียงสะอื้นแผ่วเบาที่หลุดออกมาเป็นไปตามปฏิกิริยาของร่างกายโดยไม่อาจควบคุม
หัวใจของเวินซูแทบแตกสลาย
แต่คำพูดของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทำให้เธอแน่ใจว่า ลิ่งอี๋น่าจะไม่มีกระดูกหักหลายแห่ง เพราะมีคนช่วยปกป้องไว้ เพียงแต่ต้องตรวจอวัยวะภายในอย่างละเอียด
และ...
มือเย็นเฉียบที่สั่นเทาของเธอถูกมือข้างหนึ่งกุมไว้
เวินซูก้มลง
หยาดน้ำตาร่วงจากปลายขนตา
ตกลงบนหลังมือใหญ่ที่กำลังกุมมือเธออยู่พอดี
เธอเงยหน้า มองเซิ่งเจิงโจวที่นอนอยู่ข้างลิ่งอี๋
เขาหลับตา คิ้วขมวดแน่น ใบหน้าซีดเซียวไม่ต่างกัน ริมฝีปากเม้มสนิท เสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเลือดไม่น้อยจนแยกไม่ออกว่าเป็นเลือดของใคร
