เวินซูเองก็ประหลาดใจที่เหอหว่านอินแสดงความสนิทสนมกับเธอถึงเพียงนี้
เธอตอบรับทันที “ได้ค่ะ เป็นเกียรติของฉันเลย”
ซูจื้อเหยามองสีหน้าเปื้อนยิ้มของเวินซู
เธอเม้มริมฝีปาก
แววเกลียดชังวาบผ่านดวงตา
ความภาคภูมิใจของเวินซูแทบล้นทะลักออกมาอยู่แล้ว!
แค่ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษจากเหอหว่านอิน ก็ทำให้เวินซูลำพองใจได้ถึงขนาดนี้
เวินซูฉลาดไม่เบา อาศัยความสนิทสนมระหว่างเผยจืออวี้กับท่านประธานเหอเข้าไปตีสนิทถึงที่!
ถ้าไม่ใช่เพราะเผยจืออวี้ คนไร้ตัวตนอย่างเวินซูจะมีสิทธิ์อะไร?
แม้แต่อวี้เหยี่ยนเว่ยก็ยังประหลาดใจ
มีเพียงเขาที่รู้ดีว่านิสัยของคุณย่าตนนั้นเป็นอย่างไร ท่านแทบไม่เคยแสดงความชื่นชมและมีไมตรีกับใคร
มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้สิ
เผยจืออวี้จะมีหน้ามีตาขนาดนั้นได้อย่างไร?
เหอหว่านอินไม่แม้แต่จะมองซูจื้อเหยาอีก
หลังเวินซูตอบรับ เธอก็หันหลังเดินตรงไปยังบริเวณคณะกรรมการอย่างคล่องแคล่ว
ราวกับว่าซูจื้อเหยาเป็นเพียงอากาศธาตุมาตั้งแต่ต้นจนจบ
ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเธอแม้แต่น้อย
เรื่องนี้
เซิ่งเจิงโจวหรี่ตาลงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องแปลก
คุณเหอทำอะไรตามใจตัวเองเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร
“ประธานเผย พาวเวินซูมางานแบบนี้วันนี้ ไม่กลัวว่าทีมวิจัยและพัฒนาของเฮ่อจื้อจะคัดค้านเหรอคะ?” ซูจื้อเหยาขมวดคิ้วมองเผยจืออวี้
คนที่แค่มาเก็บประสบการณ์ แถมยังถูกถอดชื่อออกจากงานทดลองทางคลินิกขั้นสุดท้าย มีสิทธิ์อะไรมาอยู่ที่นี่?
เผยจืออวี้ยิ้ม “คุณซูยังไม่มีโครงการไหนรออนุมัติ แต่ก็ยังอาศัยบารมีประธานเซิ่งเข้ามาได้ แล้วทำไมเวินซูจะมาไม่ได้ล่ะครับ?”