เวินซูเดินมาถึงหัวมุมแล้วชนเข้ากับคนที่เดินสวนมา บริเวณนี้คับแคบจนแทบไม่มีทางหลบ
เธอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเซิ่งเจิงโจวมองมาทางเธอพอดี รอบกายเขามีคนเก่งในชุดสูทล้อมอยู่ไม่น้อย ดูท่าคงเพิ่งออกมาจากงานประมูล
ทั้งคนที่เดินเข้าและคนที่เดินออกต่างต้องเบียดไหล่กันผ่านไป
ฝีเท้าของเวินซูชะงักเล็กน้อย
เธอคิดว่าเซิ่งเจิงโจวคงไม่อยากข้องเกี่ยวอะไรกับเธอ ไม่อย่างนั้นคงไม่ฝากคนเอาใบหย่ามาส่งให้ เพราะอย่างนั้นตอนนี้เธอจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เบนสายตาออกแล้วจูงฮั่วอี ตั้งใจจะรีบเดินผ่านพวกเขาไป
เซิ่งเจิงโจวมองเธอ
ไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยปาก
เวินซูเพิ่งเดินมาถึงข้างกายเขา ก็เห็นคนอีกกลุ่มหนึ่งเดินมาทางนี้ ปิดทางข้างหน้าเสียเกือบมิด
หญิงที่เดินนำหน้าคือกงซวี่
ไม่ได้พบกันมานาน สีหน้าของกงซวี่ในวันนี้ดูไม่สู้ดีนัก
ถึงขั้นหม่นคล้ำ
เธอเองก็สังเกตเห็นเวินซูกับฮั่วอี
เดิมทีความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายจบสิ้นลงแล้ว ต่างคนก็ต่างเดินบนทางของตัวเอง ไม่ควรข้องเกี่ยวกันอีก แต่กงซวี่กลับหยุดฝีเท้า จ้องมองเวินซูนิ่ง
“เจอกันทั้งที ไม่คิดจะทักทายกันแล้วหรือ?”
กงซวี่เปิดบทสนทนากับเวินซูตรง ๆ ทำให้เวินซูต้องหยุดเดิน
เธอกุมมือฮั่วอีไว้ ก่อนมองกลับไปอย่างสงบ “ถ้าคุณไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน ฉันก็ไม่มีปัญหา”
ท่าทีของเวินซูเรียกได้ว่าไม่ประจบและไม่ก้มหัว แต่ในสายตากงซวี่กลับตีความไปอีกทาง
เมื่อก่อนเธอกับเวินซูก็ถือว่ามีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นต่อกัน
แต่ตอนนี้...
กงซวี่สูดหายใจลึก เหลือบมองเซิ่งเจิงโจวที่อยู่เยื้องไปด้านหลังของเวินซู แววตาพลันลุกโชนด้วยความโกรธอย่างไม่มีที่มา น้ำเสียงยังคงสงบนิ่ง “มิน่าล่ะ เธอถึงกล้าทะเลาะกับตระกูลฮั่วจนถึงขั้นนี้ ทำให้ตระกูลฮั่วขายหน้าในงานแต่ง ที่แท้ก็...”