เดิมทีเซิ่งเจิงโจวไม่ได้ระวังตัวอยู่แล้ว
หลังถูกผลักอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของเขาก็เซถลาไปเล็กน้อย
ถอยหลังไปสองก้าว
ร่างกายโงนเงนอยู่บ้าง
ราวกับจู่ ๆ ร่างกายก็หนักอึ้งขึ้น จนยากจะทรงตัว
เขาก้มตาลง ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คุณกำลังทำอะไร?” เวินซูปกป้องลิ่งอี๋ไว้ ตอนนี้เธอไม่ไว้ใจเซิ่งเจิงโจวอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเข้าใจผิดไปแล้วว่าลิ่งอี๋เป็นลูกที่เธอกับฮั่วเยี่ยนมีด้วยกัน หากตอนนี้ต้องเห็นเขาเข้ามาใกล้ลิ่งอี๋แบบนี้
เธอก็ยากจะสงบใจได้อย่างแท้จริง
ยิ่งเมื่อเห็นรอยเลือดเป็นจุด ๆ บนเสื้อเชิ้ตของเซิ่งเจิงโจว
เธอกลัวจริง ๆ ว่าเซิ่งเจิงโจวจะเอาคืน
เซิ่งเจิงโจวยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วที่เริ่มมึนงงเบา ๆ
จากนั้นจึงเงยหน้ามองเธอ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนเล็กน้อย แต่เขายังจับสังเกตได้ว่าในดวงตาคู่นั้นของเวินซูมีแต่ความระแวดระวังเขาอย่างเต็มเปี่ยม
เขาไม่พูดอะไร
โทรศัพท์ดังขึ้นพอดี
เซิ่งเจิงโจวรับสาย
เสียงของซูจื้อเหยาดังมาตามสาย “เจิงโจว คุณจะขึ้นมาเมื่อไหร่? ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย คุณขึ้นมาหาฉันหน่อยได้ไหม”
เซิ่งเจิงโจวไม่ได้พูดกับเวินซูต่อ
เขาหันหลังไปจับราวข้าง ๆ ประคองตัวไว้ ก่อนก้าวขายาว ๆ จากไป
เวินซูมองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไป เพื่อไปหาซูจื้อเหยา
เส้นประสาทที่ตึงเครียดอยู่จึงค่อยผ่อนคลายลง
เธอไม่อยากรู้ และไม่คิดจะใส่ใจว่าคืนนี้เซิ่งเจิงโจวกับซูจื้อเหยาจะออกเดตกันอย่างไร
