เสียงของซูจื้อเหยาดังก้องชัดเจนเป็นพิเศษในสถานที่โล่ง ทุกคำล้วนตกถึงหูเวินซูอย่างแม่นยำ
มือที่กำลังเช็ดมือของเธอชะงักไปเล็กน้อย
ชั่วขณะนั้น เธอกลับไม่รู้สึกประหลาดใจเท่าไรนัก
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นวิธีเดียวจริง ๆ หากเซิ่งเจิงโจวรับปากจะแต่งงานกับซูจื้อเหยา แล้วทางเซิ่งเฉาหยางจะทำอะไรได้อีก
สิ่งเดียวที่เซิ่งเจิงโจวต้องคิดก็คือจะโน้มน้าวผู้ใหญ่ไม่กี่คนในตระกูลเซิ่งให้เห็นชอบได้อย่างไร
เสียงด้านนอกประตูยังคงดังต่อเนื่อง เจือแววขบขันว่า “เจิงโจวยังให้ฉันช่วยดูนักออกแบบตกแต่งภายในที่ถูกใจด้วย บอกว่าเผื่ออนาคตจะได้ปรับบ้านใหม่ตามใจฉัน”
เวินซูทิ้งกระดาษเช็ดมือในมือ แล้วเดินออกไปอย่างกับเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับตัวเอง
ซูจื้อเหยาหันมามอง
เมื่อเห็นเวินซู สีหน้าของเธอก็ไม่เปลี่ยนแปลง
หลังวางสาย เธอเอียงศีรษะพูดกับเวินซูที่กำลังจะเดินสวนกันว่า “เจิงโจวตั้งใจจะสู้กับตระกูลเซิ่งเพื่อฉัน”
เวินซูจำต้องหยุดเดิน
จากนั้นก็มองเธออย่างจริงจัง เอ่ยทีละคำว่า “ยินดีด้วยนะ”
พูดจบ
เวินซูก็เดินผ่านซูจื้อเหยาออกไป
เธอรู้ว่าซูจื้อยาอยากเห็นปฏิกิริยาแบบไหน ถ้าอย่างนั้นเธอก็แค่กล่าวยินดีด้วยก็พอ
จะโต้เถียงหรือเหน็บแนมก็ไม่มีความหมาย เธอขี้เกียจเสียเวลาและแรงกายแรงใจไปกับพวกเขา
ซูจื้อเหยาขมวดคิ้ว มองตามแผ่นหลังของเวินซู
ในใจรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
ปฏิกิริยาของเวินซูไม่เหมือนที่เธอคาดไว้
ใจเย็นเกินไป
ดูคล้ายจงใจทำเป็นไม่ใส่ใจเสียมากกว่า
ตอนเวินซูกลับถึงห้องส่วนตัว เธออ้อมไปอีกทาง ไม่ได้เดินผ่านเซิ่งเจิงโจว
