เมื่อมองแผ่นหลังของเวินซูที่เดินจากไป สีหน้าของอวี้ฉิ่งเฉิงก็หม่นหมอง
ชั่วพริบตา ภายในโถงก็เหลือเพียงพวกเขาสามคน
อวี้ซีได้แต่ยืนนิ่งอยู่นานกว่าจะได้สติ
เธอไม่เคยนึกเลยว่า วันนี้ควรจะเป็นวันที่งานแต่งของเวินซูถูกยกเลิก ถูกปฏิเสธ และถูกผู้คนรุมด่าทอ แต่สุดท้ายสถานการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว จนเรื่องทั้งหมดหันมาเกิดกับเธอแทน
เรื่องเหล่านั้นทั้งที่ไม่มีหลักฐานแม้แต่น้อย ทว่าตอนนี้กลับประหนึ่งมีพลังลึกลับมอบอำนาจให้มันกลายเป็นเรื่องที่ชวนให้คนต้องเชื่อ
“พี่เฉิง เรื่องทั้งหมดก็เป็นแค่การคาดเดา ประธานเซิ่งแค่แก้แค้นเสี่ยวซีเพราะเธอเผลอทำลายงานหมั้นของเขากับคุณหนูต้วน พี่ก็รู้ว่าเสี่ยวซีเป็นคนยังไง”
สีหน้าของสวี่จือหรานแข็งค้างเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ปรับสีหน้าได้ เธอเดินไปข้างอวี้ฉิ่งเฉิงพร้อมเอ่ยเสียงอ่อน
เธอไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย
ยิ่งไม่เรียกร้องให้อวี้ฉิ่งเฉิงทำอะไร
คราวนี้อวี้ซีจึงได้สติ ดวงตาแดงก่ำขณะเอ่ยว่า “คุณพ่อคะ หนูรู้มาตั้งแต่เด็กว่าพ่อพร่ำพูดถึงพี่ อยากให้พี่กลับบ้าน หนูเข้าใจความรู้สึกของพ่อมาตลอด และเฝ้ารอวันนี้มาโดยตลอด ประธานเซิ่งก็เป็นแค่คนนอก เขาแค่พูดไปอย่างนั้น พ่อไม่เชื่อหนูด้วยหรือคะ”
อวี้ฉิ่งเฉิงขึงสีหน้า
“พ่อมัวแต่ยุ่งกับงานจนละเลยการอบรมสั่งสอนลูก” น้ำเสียงเขาเย็นชา “ตระกูลอวี้ไม่เคยสั่งสอนคุณหนูตระกูลใหญ่คนไหนให้ไปเคาะประตูห้องพี่เขย ทั้งยังพยายามบิดเบือนความจริง บีบให้พี่เขยเก่ารับผิดชอบความบริสุทธิ์ของตัวเอง”
อวี้ซีส่ายหน้าพลางร้องไห้ “คุณพ่อ หนูแค่กลัวมากค่ะ คนตั้งมากมายกำลังมองอยู่ ต่อให้หนูไม่ได้ทำอะไร ปากคนอื่นก็ห้ามไม่ได้ หนูเป็นผู้หญิง คนอื่นไม่สนใจชื่อเสียงของหนู แต่หนูจะไม่สนใจไม่ได้ค่ะ”