ขั้นหลอมสุญญะที่อยู่เหนือขั้นฝึกลมปราณ ขั้นสร้างฐาน ขั้นก่อแก่น ขั้นหยวนอิง และขั้นแปลงเทพ
ผู้แข็งแกร่งขั้นหลอมสุญญะที่เหนือกว่าเถียนติ้ง
เยี่ยวั่นวั่นมองแผ่นหลังของสวินอิ่น ในยามนี้รู้สึกได้ถึงความมั่นใจอย่างที่สุด เยียนจวีเหมือนจะมองออกถึงความกังวลของนาง และก็มองออกว่าที่นางบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้ เป็นเพราะฝืนประคองลมปราณไม่ให้สลาย
เยียนจวียอมรับในตัวเด็กคนนี้เป็นครั้งแรก แต่ก็เต็มไปด้วยความปวดร้าวใจ
“จะไม่มีใครทำร้ายพวกเขา เจ้าอย่ากังวล”
เยี่ยวั่นวั่นกลัวว่าการกระทำที่หุนหันพลันแล่นของตนจะทำให้ไป๋เจี่ยนและคนอื่นพลอยเดือดร้อน
จึงได้ฝืนประคองตัวมาตลอด
เยี่ยวั่นวั่นถามเสียงเบา “ข้าขอนอนหลับได้หรือไม่…”
ได้ยินคำนี้ หลี่ว่านจือก็กลั้นไม่ไหวร้องไห้ออกมา “ป่านนี้เจ้ายังจะถามอะไรอีก นอนสิ อยากนอนก็นอนสิ!”
แต่เยี่ยวั่นวั่นยังคงมองเยียนจวี ดึงดันที่จะให้ได้คำตอบ
เยียนจวีเข้าใจว่านางต้องการคำมั่นสัญญาจากตน
เยียนจวีกล่าว “นอนเถิด ศิษย์น้าขอรับรอง เมื่อตื่นขึ้นเจ้าก็จะอยู่ที่สำนักเทียนอีแล้ว”
เยี่ยวั่นวั่นจึงเหมือนจะคลายใจลงได้ นางพึมพำเบา ๆ “ศิษย์น้า ข้าคิดถึงภูเขาหิมะ…”
“แล้วก็คิดถึง… ท่านอาจารย์…”
เด็กสาวหลับตาลง และหลับสนิทไป
ทว่ามือของเยียนจวีกลับค่อย ๆ กำแน่น เขากวาดตามองผู้คนที่รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทางนั้นอย่างเย็นชา แล้วกล่าวเสียงเย็น “คนของสำนักไร้เทียมทาน ออกมายืนให้ข้า”
กระบี่ชางเหลยออกจากฝัก
ท่ามกลางแสงอัสนีที่ส่องประกาย ชายหนุ่มยืนอยู่ที่เชิงเขาซึ่งถูกสวินอิ่นราบเป็นหน้ากลองแล้ว กล่าวเสียงกร้าว “ทั้งหมด ออกมาให้ข้า!”
นับตั้งแต่วันนั้นมา ทุกคนก็รู้ว่า จะรังแกคนของสำนักเทียนอีก็ได้ แต่ถ้ารังแกเด็กล่ะก็ เตรียมรอให้ผู้ใหญ่มาล้างแค้น
