กู้ชิงหยวนรู้สึกว่าสมองพี่ชายของเธอคงมีปัญหาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นจุดสนใจถึงได้แปลกประหลาดขนาดนี้
นี่มันใช่เรื่องซักผ้าซะที่ไหนล่ะ ถึงว่าเมื่อกี้พี่สะใภ้ถึงเดินนำหน้าโดยไม่สนใจพวกเขาเลย
“พี่ มีคนช่วยซักผ้าให้ก็ดีไม่ใช่เหรอ ดีกว่าพี่สะใภ้แพ้แล้วต้องไปซักผ้าให้คนอื่นนะ”
แต่กู้ชิงอวี่กลับขมวดคิ้ว มองแผ่นหลังของซูหนีอานที่เดินนำหน้าไปโดยไม่หันกลับมา แล้วตอบว่า “ฉันช่วยเธอซักเสื้อผ้าของคนอื่นได้ แต่เสื้อผ้าของเธอต้องให้ฉันซักเองเท่านั้น”
ประโยคเดียวทำเอากู้ชิงหยวนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
พี่ชายเธอบ้าไปแล้วหรือเปล่า นี่เป็นคำพูดที่คนปกติเขาพูดกันเหรอ
“ไม่ใช่สิพี่ พี่เป็นอะไรหรือเปล่า” กู้ชิงหยวนอดถามไม่ได้
กู้ชิงอวี่ปรายตามองกู้ชิงหยวนอย่างเย็นชา อีกฝ่ายก็หุบปากเงียบทันที
“พี่ ถึงกับไม่ยอมให้คนอื่นแตะเสื้อผ้าพี่สะใภ้เลยเหรอ” ผ่านไปครู่หนึ่ง กู้ชิงหยวนก็อดถามเสียงเบาไม่ได้
“มีเหตุผลอะไรที่ต้องให้คนนอกมาช่วยซักผ้าด้วย”
“แต่เดิมพันของพวกเธอก็คือเรื่องนี้นะ”
กู้ชิงอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ฉันเข้าใจแล้ว”
พูดจบ เขาก็ก้าวฉับ ๆ เดินไปตามซูหนีอาน
กู้ชิงหยวนรู้กาลเทศะดี จึงค่อย ๆ เดินตามอยู่ข้างหลัง ไม่ไปรบกวนเวลาส่วนตัวของทั้งสองคน
ทางด้านซูหนีอานทิ้งห่างพี่น้องตระกูลกู้ไปไกลแล้ว แต่กู้ชิงอวี่ก็ยังตามมาทันอย่างรวดเร็ว
“อานอาน” กู้ชิงอวี่คว้ามือซูหนีอานไว้ บังคับให้เธอหยุดเดิน
“เธอโกรธฉันเหรอ” กู้ชิงอวี่ถาม
“เปล่า” ซูหนีอานไม่มีทางยอมรับหรอกว่าเธอโกรธกู้ชิงอวี่เพราะเรื่องแบบนี้