ส่วนซูซีซีที่อยู่ข้าง ๆ ถูกซูหนีอานเหวี่ยงกระเด็นไป จนพุ่งเข้าไปในกองฟืนที่กำลังลุกไหม้ พริบตาเดียวทั้งตัวทั้งหน้าก็ดำมอมแมมไปหมด
เธอขยับจะลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ แต่กลับเห็นซูหนีอานเดินตรงเข้ามาหา
เมื่อนึกถึงความหวาดกลัวที่ถูกอีกฝ่ายใช้พละกำลังมหาศาลกดข่มเมื่อครู่ ซูซีซีก็ถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ทว่าฝ่ามือกลับคว้าเถ้าถ่านได้อีกกำหนึ่ง
“ซูหนีอาน! แกบ้าไปแล้วหรือไง! แกทำกับฉันแบบนี้ พ่อแม่...พ่อแม่ไม่ปล่อยแกไว้แน่!” ซูซีซีมองซูหนีอานด้วยความไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนตรงหน้าถึงเปลี่ยนไปกะทันหัน
ไม่กี่วันก่อนตอนเพิ่งมาถึงตระกูลซู ยังทำท่าทางอ่อนน้อมเจียมตัวอยู่เลย ตอนนี้กลับกล้าตบเธอแล้ว!
แปลว่าท่าทางก่อนหน้านี้ทั้งหมดต้องเป็นการเสแสร้งแน่ ๆ
ใช่แล้ว ต้องเป็นอย่างนั้น เธอต้องไปฟ้องพ่อแม่ให้ได้ ซูหนีอานคนนี้เจ้าเล่ห์นัก ต่อไปจะปล่อยให้อยู่ในตระกูลซูไม่ได้อีกแล้ว
แต่ซูหนีอานกลับย่อตัวลงอย่างไม่รีบร้อน สบตากับซูซีซีตรง ๆ
“ซูซีซี ถ้าฉันเป็นแก ช่วงนี้ฉันจะอยู่นิ่ง ๆ เจียมเนื้อเจียมตัวซะ อาศัยสถานะลูกสาวตระกูลซูของฉัน แถมยังให้ลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลซูไปแต่งงานแทนแก ตอนนี้ยังกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าฉันซึ่งเป็นคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง แล้วเยาะเย้ยฉันอีก แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? สองสามีภรรยาตระกูลซูจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่พวกเขาก็เป็นพ่อแม่แท้ ๆ ของฉัน แกคิดว่าพวกเขาจะดีใจหรือไงที่ได้ยินแกพูดว่า ฉันยังสู้หมาตัวหนึ่งในตระกูลซูไม่ได้? จะว่าจิตใจแกโหดเหี้ยมก็ได้ แต่แกนี่โง่จริง ๆ!”
