ที่บ้านมีลังถึงอยู่แล้ว ซูหนีอานจึงทำเกี๊ยวทั้งหมดเป็นเกี๊ยวนึ่งเสียเลย
น้ำจิ้มก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ซูหนีอานชอบกินเผ็ด จึงทำน้ำจิ้มรสเผ็ดกับรสไม่เผ็ดไว้ด้วย
พอเกี๊ยวนึ่งเข่งแรกออกจากหม้อ ท่านปู่กู้ก็รีบลงมือกินทันที
กู้เย่ากั๋วเห็นเกี๊ยวเข่งแรกถูกพ่อของตัวเองแย่งไป ก็กลืนน้ำลาย ก่อนถามต่อว่า “นึ่งหนึ่งเข่งใช้เวลานานไหม”
ไม่ได้พูดเกินจริง ด้วยฝีมือของซูหนีอาน หากออกไปขายเกี๊ยวจริง ๆ ไม่รู้ว่าธุรกิจจะดีแค่ไหน
“อีกไม่กี่นาทีก็เสร็จแล้วค่ะ เร็วมากเลยค่ะพ่อ” ซูหนีอานตอบ
กู้ชิงอวี่ช่วยก่อไฟอยู่ข้าง ๆ กลิ่นหอมของเกี๊ยวกระจายไปทั่วทุกมุมห้องไฟ
จากนั้นเกี๊ยวเข่งที่สอง ที่สาม และที่สี่ก็ทยอยออกจากหม้อ
ลังถึงที่บ้านยังเล็กไปหน่อย แต่ในชนบทก็มีสภาพความเป็นอยู่เท่านี้
ตั้งแต่กลับถึงบ้านก็วุ่นวายกันมาตลอด ในที่สุดทั้งครอบครัวก็ได้กินเกี๊ยวร้อน ๆ
“คุณปู่ เอาอีกหน่อยไหมคะ ในหม้อยังนึ่งอยู่นะคะ” ซูหนีอานเห็นท่านปู่กู้กินเกี๊ยวไปหมดหนึ่งเข่งแล้ว จึงถามอย่างรู้กาลเทศะ
ท่านปู่กู้กระแอมเบา ๆ แล้วพยักหน้า “ได้ งั้นเอาอีกเข่งก็แล้วกัน”
ซูหนีอานกำลังจะลุกขึ้น แต่กู้ชิงอวี่กลับกดเธอไว้
“ผมไปจัดการเอง คุณนั่งกินต่อเถอะ”
“คุณนึ่งเกี๊ยวเป็นด้วยเหรอ” ซูหนีอานถาม
“เป็น”
ผู้ชายในบ้านกินกันเยอะกว่า ยังไงก็ต้องนึ่งต่ออีกแน่นอน
“น่าจะซื้อหม้อใบใหญ่กว่านี้นะ ใบนี้เล็กเกินไป นึ่งเกี๊ยวทีลำบากมาก” กู้ชิงหยวนอดบ่นไม่ได้