พอเหลียงหงลี่ได้สติ สีหน้าของเธอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนจากความตกใจเป็นความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะบรรยาย
ตอนนั้นเซี่ยฉุ่ยเหมย์ถูกขายให้ตระกูลหลิวไปเป็นสะใภ้
หลังผู้ชายตระกูลหลิวตาย เดิมทีเธอคิดจะพาตัวลูกสาวกลับมา รอให้เรื่องซาลงแล้วค่อยขายต่อ
แต่พอไปสืบดูจึงรู้ว่าตระกูลหลิวยังติดหนี้นอกระบบอยู่ หากพาตัวลูกสาวกลับมา หนี้ก้อนนี้ก็จะตกเป็นภาระของเหลียงหงลี่!
เธอจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป ครึ่งปีผ่านไปโดยไม่ได้เจอกัน เธอก็ลืมลูกสาวอย่างเซี่ยฉุ่ยเหมย์ไปจนหมดสิ้น
แต่พอมาเจอกันวันนี้ เหลียงหงลี่กลับตกใจอย่างมาก!
เสื้อผ้าใหม่ รองเท้าคู่ใหม่ ใบหน้าแดงระเรื่อ ตรงไหนเหมือนหญิงหม้ายที่เพิ่งเสียสามีไปกัน?
เธอกวาดตามองคูปองธัญพืชกับสมุดบัญชีที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ ดวงตาก็พลันเป็นประกาย
เซี่ยฉุ่ยเหมย์รับซื้อไข่อยู่ที่นี่ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มีคูปองธัญพืชตั้งมากมาย!
นั่นมันเงินทั้งนั้นเลยนะ!
“ลูกเอ๊ย! ที่แท้คนรับซื้อไข่ก็คือลูกนี่เอง!”
เหลียงหงลี่เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม วางตะกร้าลงบนโต๊ะในทันที น้ำเสียงสนิทสนมราวกับแม่ลูกที่พบกันทุกวัน
“โธ่เอ๊ย แม่ไม่รู้เลยว่าลูกอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง วันนี้พอดีมาแลกไข่ เลยแวะมาดูลูกด้วย!”
ขณะพูด เหลียงหงลี่ก็ทิ้งตัวนั่งข้างเซี่ยฉุ่ยเหมย์ แล้วยื่นมือไปหยิบปากกากับสมุดบัญชีบนโต๊ะ
“มา ๆ ให้แม่ช่วยต้อนรับคนเอง! ลูกอยู่ในบ้านเถอะ งานแบบนี้ให้แม่ทำ!”
เซี่ยฉุ่ยเหมย์ชะงักไปครู่หนึ่ง เห็นแก่ที่อีกฝ่ายเป็นแม่แท้ ๆ ของตน จึงไม่อยากให้เธอต้องเหนื่อย
“แม่...ไม่ต้องหรอก ลูกทำเองได้...”
เหลียงหงลี่ปัดมือเธอออก แล้วขึ้นเสียงสูงลั่น
“อะไรนะ? กับแม่ยังต้องเกรงใจอีกหรือ! แม่เป็นแม่แท้ ๆ ของลูกนะ! ลูกรับซื้อไข่ แม่มาช่วยสักหน่อยก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง?!”
เซี่ยฉุ่ยเหมย์อ้าปากเหมือนจะพูด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ในเมื่อแม่แท้ ๆ มาแล้ว จะนั่งช่วยสักพักก็ไม่เป็นไร
แต่สิ่งที่เซี่ยฉุ่ยเหมย์คาดไม่ถึงคือ พอเหลียงหงลี่นั่งลงแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะลุกไปไหน!
เธอวางตะกร้าไข่ลงบนโต๊ะ แล้วหันไปเรียกคนที่ต่อแถวอยู่ตรงประตู
“ต่อแถวกันดี ๆ! มาชั่งไข่ตรงนี้! อย่าเบียดกัน ๆ!”
