พอได้ยินว่าเฉินหยวนจะขายเนื้อหมูป่า คนพวกนี้ก็ลืมไปหมดแล้วว่าเมื่อครู่ตัวเองทำท่าทางมุ่งร้ายใส่เฉินหยวนอย่างไร
เฉินหยวนย่อมไม่คิดจะทำตัวเป็นคนดีให้ใครฟรี ๆ อยู่แล้ว
“พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ฉันคิดราคามิตรภาพให้แล้วกัน ครึ่งกิโลละหนึ่งหยวนห้าสิบ!”
“อะไรนะ?! หนึ่งหยวนห้าสิบ?!”
พวกหญิงชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่พากันสูดหายใจเฮือก
“เนื้อหมูในเมืองยังขายแค่ครึ่งกิโลละแปดเหมาเอง! นี่แกจะปล้นกันหรือไง?!”
“หิมะตกหนักจนปิดทางขึ้นเขาแบบนี้ ถ้าอยากกินเนื้อหมูป่าในเมืองก็ต้องจ่ายอย่างน้อยสองหยวน ฉันแค่ขี้เกียจเดินทางไปถึงที่นั่น เลยขายให้ถูกหน่อย”
“ถ้าคิดว่าแพงก็ไม่ต้องซื้อสิ อย่างมากฉันก็แค่เหนื่อยเพิ่มอีกหน่อย ขนเนื้อหมูพวกนี้เข้าเมืองไปขาย ยังไงก็ได้ราคาดีกว่าครึ่งกิโลละหนึ่งหยวนห้าสิบแน่!”
พอได้ยินคำพูดนี้ ชาวบ้านที่ก่อนหน้านี้ยังส่งเสียงเอะอะก็พากันเงียบกริบทันที
แพงก็แพงเถอะ แต่จะห้ามใจไม่ให้หิวได้ยังไง!
หน้าหนาวแบบนี้ บ้านไหนบ้างไม่อยากซื้อเนื้อหมูสักกิโลมาทำเกี๊ยวกินฉลองปีใหม่?
“ฉันซื้อสองกิโลครึ่ง!”
“เอาให้ฉันห้ากิโล!”
“เฉินหยวน ให้ฉันติดเงินไว้ก่อนได้ไหม?!”
ฝูงชนกรูกันเข้ามาล้อมเขาอีกครั้ง เมื่อครู่ยังบ่นว่าแพงกันอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับควักเงินกันเร็วกว่าคนอื่นเสียอีก!
เฉินหยวนไม่รีรอ มือขยับมีดฟันฉับ ๆ หั่นเนื้อหมูป่าออกมาได้หลายชิ้น
ขายไปเรื่อย ๆ อยู่พักใหญ่ กระเป๋าของเฉินหยวนก็ตุงขึ้นมา
รวมแล้วได้เงินหนึ่งร้อยแปดสิบหยวนเต็ม ๆ!
สำหรับหมู่บ้านเค่าซานถุนแล้ว นี่เป็นเงินก้อนโตที่จับต้องได้จริง ๆ!
เงินจำนวนนี้แทบจะเท่ากับค่าแรงของคนคนหนึ่งหลายเดือนในหมู่บ้านเลยทีเดียว!
พอทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว เฉินหยวนก็หิ้วเนื้อสามชั้นชิ้นงามติดมือไปด้วย ตั้งใจนำไปให้ปู่จ้าว แล้วกลับบ้านของปู่จ้าวพร้อมกับจ้าวฉิน
