เมื่อเห็นสีหน้าอวดดีของหวังต้าจวัง เฉินหยวนก็หันไปมองคนที่เดินเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
แต่พอเห็นหน้าคนที่เดินเข้ามาชัด ๆ เฉินหยวนก็ชะงักค้างอยู่กับที่
เพราะเขาคุ้นหน้าคนคนนั้นเป็นอย่างดี!
คนคนนั้นก็คือหวังฟู่กุ้ยแห่งโรงแรมเหอผิง!
“เฉินหยวน น้องชาย?!”
หวังฟู่กุ้ยเองก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ!
เห็นได้ชัดว่าหวังต้าจวังยังไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ เขายังคงตะโกนโวยวายไม่หยุด!
“พี่ฟู่กุ้ย ไอ้นี่แหละครับ! มันติดเงินพวกเราแล้วยังไม่คืน แถมยังบุกมาถึงที่นี่เพื่อทำร้ายคนอีก...”
แต่ยังไม่ทันที่หวังต้าจวังจะพูดจบ หวังฟู่กุ้ยก็ชิงตัดบทเสียก่อน
เขากระชากหวังต้าจวังให้ลุกขึ้นจากพื้น แล้วคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายไว้ พลางถามเสียงเข้มว่า “คนที่แกบอกเมื่อสองวันก่อนว่าติดหนี้แกอยู่ที่หมู่บ้านเค่าซานถุน คือเขาคนนี้เหรอ?!”
เมื่อเห็นความโกรธที่ซ่อนอยู่ในแววตาของหวังฟู่กุ้ย ความโมโหในดวงตาของหวังต้าจวังก็หายวับไป แทนที่ด้วยแววตาใสซื่อ
จู่ ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ท่าจะไม่ชอบมาพากล
“ใช่...ใช่ครับ มีอะไรหรือพี่ฟู่กุ้ย? พี่รู้จักกันเหรอ?!” หวังต้าจวังมองหวังฟู่กุ้ยอย่างหวาดหวั่น
หวังต้าจวังยังไม่ทันได้ตั้งตัว หวังฟู่กุ้ยก็เหวี่ยงแขนตบหน้าเขาเต็มแรง!
“แกอยากตายหรือไง? ไปหาเรื่องใครไม่หา ดันมาหาเรื่องน้องชายเฉินหยวนของฉัน!”
หวังต้าจวังถูกตบจนมึนงง ยกมือกุมแก้ม พูดจาติดขัด
“พี่...พี่ฟู่กุ้ย มันบุกเข้าโรงงานผม แล้วทำร้ายคนของผม...”
หวังฟู่กุ้ยโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าหวังต้าจวังแล้วด่า
“ที่วันนี้แกยังยืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างปลอดภัย ก็เป็นเพราะน้องเฉินช่วยไว้ตั้งกว่าครึ่ง!”
พอได้ยินคำพูดนี้ หวังต้าจวังก็อ้าปากค้าง แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ
ในใจเขาขมขื่นเหลือเกิน!
ตระกูลหลิวติดหนี้ คนของเขาไปทวงเงินถึงที่ แบบนี้มันก็ถูกต้องตามเหตุผลไม่ใช่หรือไง?
สุดท้ายไม่ได้เงินสักหยวน แถมคนของเขายังถูกเฉินหยวนซ้อมเสียยกใหญ่!
หลังจากนั้นตำรวจยังจับคนของเขาไปอีก สุดท้ายเขาต้องก้มหัวอ้อนวอนหวังฟู่กุ้ยให้ช่วยใช้เส้นสาย ถึงได้พาคนออกมาได้
แถมฟังจากที่หวังฟู่กุ้ยพูด ดูเหมือนเรื่องนี้ยังต้องขอบคุณเฉินหยวนที่ช่วยพูดให้อีกด้วย!
