ผลก็เหมือนกับครั้งก่อนเป๊ะ อย่าว่าแต่จะรู้สึกอึดอัดเลย หลัวซูไม่มีแม้แต่ความกระดากอายสักนิด
เธอไม่ได้ก้มหน้าทำงานตลอดเวลา พอจัดการงานเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมาขยับคอบ้าง
เวลาสบตากับคนอื่น เธอก็ยิ้มให้อย่างเปิดเผย สีหน้าสงบนิ่ง จนพวกเขาไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
หลัวชูยังได้ยินคนพูดว่า “หลัวซูแต่งตัวแบบนี้ก็ดูสวยดีนะ”
“แต่งตัวอะไรล่ะ เธอไม่ได้แต่งหน้าเลยด้วยซ้ำ”
“หน้าตาแบบนี้เข้าวงการบันเทิงได้เลย สวยกว่าหลัวชูตั้งเยอะ”
พอหลัวชูได้ยินแบบนั้นก็แทบจะอดใจไม่ไหว สาดกาแฟในมือใส่อีกฝ่าย
เธอพยายามข่มใจอย่างสุดความสามารถ ถึงยับยั้งความคิดนั้นไว้ได้ ก่อนจะส่งสายตาให้สวีเจินเจินเงียบ ๆ
สวีเจินเจินพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินไปหาหลัวซูพร้อมรอยยิ้ม “ซู่ซู่ อีกไม่นานจะมีการแข่งขันเต้น เธอต้องลงแข่งนะ”
“เธอเก่งขนาดนี้ ยังไงก็ต้องได้ที่หนึ่งแน่”
“เธอสวย แถมเต้นเก่งกว่าหลัวชูตั้งเยอะ”
เธอจับมือหลัวซูไว้ สีหน้าจริงใจเต็มที่
หลัวซูมองเธอนิ่ง ๆ ไม่พูดอะไร
ตอนที่หลัวซูยังเป็นคุณหนูตระกูลหลัว สวีเจินเจินก็คอยตามติดเธอมาโดยตลอด หลัวซูรู้ดีว่าอีกฝ่ายแค่ประจบ เพื่อหวังผลประโยชน์จากเธอเท่านั้น
หลังจากหลัวชูกลับมา ท่าทีที่สวีเจินเจินมีต่อเธอก็ยังไม่เปลี่ยน จนทำให้หลัวซูคิดไปว่าเธอคงเข้าใจอีกฝ่ายผิด
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นพิสูจน์แล้วว่า การคาดเดาในตอนแรกของเธอถูกต้อง
หลัวชูให้ผลประโยชน์กับสวีเจินเจินได้มากกว่า เธอจึงยอมทำตามคำพูดของหลัวชู จงใจให้การว่าหลัวซูเป็นคนเอาหมุดไปใส่ในรองเท้าของหลัวชู เรื่องนี้ก็สมเหตุสมผลดี
