ซุ่ยซุ่ยขยับหูเล็กน้อย ก่อนเดินไปข้างหน้าต่างแล้วค่อย ๆ รดน้ำให้มัน ใบของต้นกล้วยไม้จวินจื่อหลานยืดตัวอย่างสบายใจราวกับกำลังบิดขี้เกียจ
“เด็กผู้หญิงคนนี้หน้าตาน่ารักจังเลย”
ซุ่ยซุ่ยยิ้มมุมปาก “พี่สาวกล้วยไม้ก็สวยเหมือนกันค่ะ”
พอได้ยินแบบนั้น ใบกล้วยไม้จวินจื่อหลานก็ชะงักไป ก่อนจะสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง “หนูน้อย ได้ยินที่ฉันพูดด้วยเหรอ?”
ซุ่ยซุ่ยพยักหน้าเบา ๆ แล้วขยับเข้าไปใกล้ ก่อนถามเสียงกระซิบว่า “พี่สาวกล้วยไม้คะ ในบริษัทของพ่อมีคนไม่ดีด้วยเหรอ?”
“ใช่ ๆ แย่มากเลย!” นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอคนคุยกับมันรู้เรื่อง กล้วยไม้จวินจื่อหลานดีใจสุด ๆ จึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่ตัวเองรู้ให้ฟัง
“คนไม่ดีก็คือ...”
พอเฮ่อหวยชวนเดินเข้ามา ก็เห็นเด็กหญิงกอดกระถางกล้วยไม้พลางคุยจ้อ ใบหน้าเล็ก ๆ ดูเหมือนกำลังโมโห แถมยังกำหมัดแน่นอย่างดุดัน
อารมณ์ของเขาดีขึ้นมาทันที เขาเดินเข้าไปบีบแก้มเธอเบา ๆ “ใครทำให้หนูโกรธ?”
พอเห็นเขามา ซุ่ยซุ่ยก็รีบดึงเขาให้นั่งลง ก่อนทำหน้าขึงขังแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “พ่อคะ หนูมีเรื่องจะบอก ในบริษัทของพ่อมีคนไม่ดีค่ะ”
เฮ่อหวยชวนเลิกคิ้วเล็กน้อย “ใคร?”
ซุ่ยซุ่ยตอบว่า “ชื่อก่วนอี้หมิงค่ะ”
เขาเป็นผู้ช่วยที่เฮ่อหวยชวนไว้ใจที่สุด และยังเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย ทั้งคู่สนิทกันมากตั้งแต่สมัยเรียน
รอยยิ้มบนใบหน้าเฮ่อหวยชวนค่อย ๆ เลือนหาย เขาหรี่ตาลง “ใครบอกหนู?”
กล้วยไม้จวินจื่อหลานแกว่งใบพลางบอกว่า “หนูน้อย อย่าพูดนะ ระวังเขาจับหนูไปทดลองล่ะ”
มนุษย์นี่แย่จริง ๆ โดยเฉพาะมนุษย์ตรงหน้านี่โหดสุด ๆ
วินาทีต่อมา เสียงใส ๆ ของซุ่ยซุ่ยก็ดังขึ้นในห้องทำงาน “พี่สาวกล้วยไม้บอกหนูค่ะ”
เฮ่อหวยชวนมองตามนิ้วที่เธอชี้ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “หมายถึงกล้วยไม้ต้นนี้เหรอ?”
ซุ่ยซุ่ยพยักหน้าแรง ๆ แล้วยกนิ้วโป้งให้เขาด้วย “พ่อฉลาดจังเลยค่ะ”
“พ่อคะ หนูบอกให้ก็ได้ คนไม่ดีคนนั้นแอบมาขโมยของในห้องทำงานพ่อ แล้วเอาของของพ่อไปขายให้บริษัทหอยนางรมค่ะ”
“หอยนางรม?” เฮ่อหวยชวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เซิ่งหาวเหรอ?”
อ๊ะ ใช่แล้ว ชื่อนี้แหละ!
ซุ่ยซุ่ยตบหน้าผาก “ใช่ค่ะ! พ่อ รีบจับเขาเลย!”
บริษัทที่ชนะการประมูลครั้งนี้ก็คือเซิ่งหาวจริง ๆ
เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของตระกูลเฮ่อด้วย
เฮ่อหวยชวนมองซุ่ยซุ่ย แล้วหันไปมองกล้วยไม้จวินจื่อหลานที่หุบใบอยู่นิ่ง ๆ ข้าง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปทันที
พอเขาออกไป กล้วยไม้จวินจื่อหลานก็ถอนหายใจยาว ใบไม้คลี่ออกอีกครั้ง แล้วพูดว่า “หนูน้อย ทำไมบอกเขาหมดเลยล่ะ ต่อไปอยู่ห่าง ๆ เขาไว้นะ เขาไม่ใช่คนดีอะไรหรอก”
พูดจบก็เห็นซุ่ยซุ่ยจ้องมันตาเขียว
ซุ่ยซุ่ยเท้าเอว “พ่อหนูดีมากเลย พ่อหนูเป็นคนดีสุด ๆ หนูไม่เล่นกับพี่แล้ว!”
พูดจบ เด็กหญิงก็ย่ำเท้าด้วยความโมโห ก่อนวิ่งออกไป
เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ใครบอกว่าดีกับมันที่สุดในโลก?
ตาบอดหรือไง เฮ่อหวยชวนเป็นคนดีงั้นเหรอ? แค่ยังไม่เคยเห็นเขาโยนคนลงทะเลให้ปลาแทะเท่านั้นแหละ
มันก็ไม่เล่นกับยัยเด็กโง่เหมือนกัน เชอะ!
ซุ่ยซุ่ยพุ่งออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ กวาดตามองไปรอบ ๆ พอเห็นเฮ่อหวยชวนก็วิ่งตรงไปหา
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ก็เห็นเขาเตะเข่าคนคนหนึ่งจนอีกฝ่ายทรุดลงคุกเข่ากับพื้น
กล้วยไม้จวินจื่อหลานแกว่งใบพลางพูดว่า “นั่นไงก่วนอี้หมิง เห็นไหม พ่อหนูดุจะตาย”
ที่แท้เขาก็คือคนเลวตัวจริงนี่เอง!
ซุ่ยซุ่ยเข้าใจในทันที เธอกำหมัดเล็ก ๆ แล้วร้อง “ย้าก ๆ ๆ” ก่อนพุ่งเข้าไปหา “กล้าแกล้งพ่อหนูเหรอ กล้าทำให้พ่อหนูโมโหเหรอ ตีเลย!”
เธอโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วรัวหมัดใส่เขาปัง ๆ ทั้งต่อยทั้งเตะ ศัตรูเจ็บนิดเดียว ส่วนตัวเองเจ็บไปแปดร้อยส่วน ใบหน้าเล็กย่นเข้าหากัน เธอเป่ามือแดงก่ำพลางทำปากเบะน่าสงสาร น้ำตาคลออยู่ในดวงตา
เจ็บจังเลย
มุมปากเฮ่อหวยชวนกระตุก เขาอุ้มเด็กหญิงกลับมาด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
ยัยตัวแสบเอ๊ย
แม้ในใจจะคิดแบบนั้น แต่มุมปากเขากลับยกขึ้นนิด ๆ ก่อนสีหน้าจะหม่นลงอีกครั้งเมื่อมองไปทางก่วนอี้หมิง
เขาตรวจสอบก่วนอี้หมิงตามที่ซุ่ยซุ่ยบอกแล้ว ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นสายลับจริง ๆ
“พูดมา ทำแบบนี้ไปทำไม”
เขาลากเก้าอี้มานั่ง แล้วมองอีกฝ่ายจากที่สูงกว่า
ก่วนอี้หมิงคุกเข่าอยู่บนพื้นในสภาพน่าเวทนา พอได้ยินคำถามก็หัวเราะออกมาเบา ๆ
เขาเงยหน้ามองเฮ่อหวยชวนแล้วพูดว่า “เพราะเซิ่งหาวบอกว่า ถ้าผมขายเทคโนโลยีหลักให้ พวกเขาจะให้ผมเป็นประธานบริษัท”
“เฮ่อหวยชวน ฉันไม่ได้ด้อยไปกว่านาย ทำงานให้นายก็เป็นแค่ลูกจ้าง ฉันอยากเป็นเจ้าของบริษัทเอง”
เฮ่อหวยชวนหัวเราะออกมาทันที “ที่นายเรียกว่าเป็นเจ้าของบริษัท คือเอาของของฉันไปหาเงินงั้นเหรอ?”
สีหน้าเขาเย็นเยียบลงฉับพลัน “หน้าหนาเป็นกำแพงเมืองเลยหรือไง หนาจริง ๆ”
ซุ่ยซุ่ยพยักหน้าหงึก ๆ อยู่เงียบ ๆ ใช่ ๆ มือหนูเกือบพังเพราะตีเขาแล้ว
เดิมทีเฮ่อหวยชวนกำลังโมโหสุด ๆ แต่พอเหลือบเห็นเด็กหญิงพยักหน้ารัว ๆ ด้วยท่าทางซื่อบื้อ อารมณ์โกรธก็หายวับไปเฉย ๆ
เขาพิงพนักเก้าอี้ เคาะนิ้วเบา ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “ได้สิ อยากเป็นเจ้าของบริษัทใช่ไหม งั้นก็ไปเลย”
อะไรนะ?
ก่วนอี้หมิงชะงัก คิดไม่ถึงว่าเฮ่อหวยชวนจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ แบบนี้
ซุ่ยซุ่ยเองก็คาดไม่ถึง เธอกะพริบตาปริบ ๆ เห็นไหมล่ะ เธอบอกแล้วว่าพ่อใจดี เป็นคนดีสุด ๆ
เฮ่อหวยชวนไม่แม้แต่จะมองเขา “ไสหัวไป”
ก่วนอี้หมิงลุกขึ้น แล้วพยายามยืดหลังให้ตรง “เฮ่อหวยชวน ฉันจะเก่งกว่านายให้ได้”
เฮ่อหวยชวนไม่แม้แต่จะมองเขา เขาจูงมือแดง ๆ ของซุ่ยซุ่ยแล้วบ่นอย่างไม่พอใจว่า “จับไปทั่ว ไม่กลัวมือสกปรกหรือไง”
ราวกับก่วนอี้หมิงเป็นของสกปรกอย่างนั้น
ใบหน้าก่วนอี้หมิงเดี๋ยวแดงเดี๋ยวเขียว เขาส่งเสียงฮึดฮัดแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ความอัปยศอดสูวันนี้ เขาจะจำไว้!
ผู้ช่วยรีบร้อนเดินเข้ามาแล้วถามว่า “คุณเฮ่อ แล้วตอนนี้เราจะทำยังไงครับ?”
ตอนนี้กระแสปัญญาประดิษฐ์กำลังมาแรง บริษัทของพวกเขาพัฒนาหุ่นยนต์ด้านการแพทย์ขึ้นมา แค่สแกนก็ตรวจพบปัญหาต่าง ๆ ในร่างกายได้ ทั้งยังจับชีพจรและสั่งยาได้ โดยผสานการแพทย์แผนจีนกับตะวันตกเข้าด้วยกัน
แต่เทคโนโลยีหลักนี้กลับถูกก่วนอี้หมิงขายให้เซิ่งหาวเทคโนโลยี
อีกฝ่ายเปิดตัวก่อนอย่างยิ่งใหญ่ ทุ่มเงินทำการตลาดไปไม่น้อย ตอนนี้มีคนสั่งซื้อจำนวนมากแล้ว ยอดสั่งจองยาวไปถึงปีหน้า
เฮ่อหวยชวนกลับพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า “บอกทุกคนด้วยว่าช่วงนี้ทำงานหนักกันมาก ให้ทุกคนหยุดพักโดยได้รับเงินเดือนครึ่งเดือน”
อะไรนะ?
ผู้ช่วยนึกว่าตัวเองฟังผิด แต่เฮ่อหวยชวนเงยหน้าขึ้นพูดว่า “ยังไม่ไปอีกเหรอ? งั้นก็อยู่ทำงานล่วงเวลาต่อแล้วกัน”
ผู้ช่วยไม่พูดสักคำ รีบวิ่งออกไปทันที
เฮ่อหวยชวนมองมือของซุ่ยซุ่ย “ยังเจ็บอยู่ไหม?”
ซุ่ยซุ่ยส่ายหน้าอย่างรู้ความ “ไม่เจ็บแล้วค่ะ”
เธอเงยหน้าขึ้นน้อย ๆ มองเขาด้วยแววตาชื่นชม “พ่อเป็นคนดีสุด ๆ เลยค่ะ!”
เฮ่อหวยชวนเลิกคิ้ว
เขาก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน
อย่างก่วนอี้หมิง แม้จะทรยศเขา แต่เขาก็คิดไว้แล้วว่าจะเอาไปฝังไว้ที่ไหน
บนโลกนี้จะไปหาคนที่ใจดีไปกว่าเขาได้จากที่ไหนอีกล่ะ
คงไม่มีแล้วล่ะ
