“ละครอะไรเหรอ?”
หยุนหนีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบก้มมองโทรศัพท์ แล้วอ่านข้อความที่ผู้จัดการสาวส่งมาให้เขาฟัง
“เป็นละครย้อนยุคแนวชิงอำนาจ นางรองอันดับสามเป็นสาวใช้คนสนิทของนางเอก บทไม่เยอะ แต่คาแรกเตอร์น่าเอ็นดูดี น่าจะถ่ายทำประมาณหนึ่งเดือน”
“สาวใช้เหรอ?” เจียงจิ่งเหยาได้ยินแล้วกวาดตามองใบหน้าสวยหวานเย้ายวนของเธอ ก่อนส่ายหน้า
ไม่ใช่ว่าเขาจะพูดขัดกำลังใจ แต่ดูอย่างไรก็ไม่น่าเหมาะกับบทสาวใช้
“มีอะไรหรือเปล่า?” พอเห็นเขาส่ายหน้า หยุนหนีก็ยิ่งไม่มั่นใจ
“ไม่มีอะไร” เจียงจิ่งเหยาก้มมองแท็บเล็ตอีกครั้ง พูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “เธอชอบแสดง แล้วทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยได้ยิน?”
เดิมทีหยุนหนีตั้งใจจะหาข้ออ้างสวย ๆ มาพูด แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปาก จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าการโกหกเจียงจิ่งเหยานั้นเหนื่อยกว่าการพูดความจริงกับเขาเสียอีก
เธอจึงพูดตามตรง “เพราะเมื่อก่อนคุณไม่ชอบให้ฉันทำงานนี้”
“แล้วตอนนี้ทำไมถึงพูดขึ้นมาอีก?” เจียงจิ่งเหยาจับประเด็นสำคัญในคำพูดของเธอได้
ผู้ชายมักชอบแข่งขันเอาชนะ โดยเฉพาะเวลาแข่งกับแฟนเก่าของแฟนตัวเอง
หยุนหนีฉวยโอกาสประจบพระเอก “ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ฉันแค่รู้สึกว่าตอนนี้คุณจะสนับสนุนฉัน...”
พูดถึงตรงนี้ เธอก็จ้องเขาด้วยดวงตาหวานฉ่ำ “จิ่งเหยา คุณจะสนับสนุนฉันใช่ไหม?”
คำพูดนั้นแทงใจเจียงจิ่งเหยาเข้าอย่างจัง แม้เขาจะไม่เคยมองเจียงจิ่งเยว่เป็นคู่แข่ง แต่ก็อดใส่ใจไม่ได้ว่าความสนิทสนมที่เธอมีให้ในตอนนี้เป็นเพราะถูกสะกดจิต และเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นเจียงจิ่งเยว่เท่านั้น
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ลูกกระเดือกขยับเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “ได้ ฉันเข้าใจแล้ว”
