ลู่จิ่งเหยาเดินออกไปเร็วเสียจนหยุนหนียังไม่ทันตั้งตัว
พอได้สติและรู้ว่าเขาจะไปทำอะไร ใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ก่อนจะมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม
เสียงน้ำไหลดังแว่วอยู่ข้างหู เธอฟังอยู่เกินสิบนาที ความง่วงก็เริ่มถาโถมเข้ามาทีละน้อย
หลังจากนั้นไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร เสียงน้ำก็หยุดลง ประตูห้องน้ำเปิดแล้วปิดตามด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบา
ที่นอนยวบลงเล็กน้อย ไอเย็นชื้นระลอกหนึ่งแผ่เข้ามาจากด้านข้าง
หยุนหนีรับรู้ได้เลือนรางในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น ทว่าสติเริ่มประคองไม่ไหว เธอพึมพำอะไรบางอย่าง พลางซุกแก้มไปทางเขา ขยับหน้าผากพิงไหล่ มือคว้าชายชุดนอนของเขาไว้ แล้วหลับลึกลงไป
ลู่จิ่งเหยารองรับน้ำหนักที่เอนเข้ามาหา ก่อนจะขยับตะแคงเล็กน้อยเพื่อให้เธอหนุนได้สบายขึ้น
ค่ำคืนฤดูร้อนยังคงเคลื่อนผ่านนอกหน้าต่าง อุณหภูมิของคนทั้งสองใต้ผ้าห่มหลอมรวมเป็นหนึ่ง พวกเขากอดกันหลับใหล
คืนนั้นไร้ความฝัน
หยุนหนีหลับสบายจนตื่นขึ้นมาเองก่อนนาฬิกาปลุกดัง ส่วนลู่จิ่งเหยาที่ปกติตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารเช้า กลับยังนอนอยู่ในเวลานี้
เธอลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้ายามหลับของลู่จิ่งเหยาซึ่งอยู่ใกล้เพียงเอื้อม เขาหลับสนิทจนหัวคิ้วคลายออก ท่าทีสุขุมเย็นชาในยามปกติจางหาย เผยให้เห็นความเกียจคร้านแบบเด็กหนุ่มอยู่หลายส่วน
หยุนหนีมองเพลินจนเผลอยื่นนิ้วออกไป แตะขนตาของเขาเบา ๆ ปลายนิ้วเพิ่งสัมผัสแนวโค้งเรียวบาง ดวงตาของลู่จิ่งเหยาก็ขยับ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมขึ้น
