เช้าตรู่วันต่อมา หยุนหนีก็มองเห็นรถเก๋งของเฉิงจิ่งเหยาจากหน้าต่างห้องนอน
เธอลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวหน้ากระจกอยู่พักหนึ่งกว่าจะออกจากห้องนอน
เพิ่งเดินมาถึงห้องนั่งเล่น ก็เห็นไจ๋อวี้เจินกำลังมองเธอด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
หยุนหนีรีบหุบยิ้มทันที จากนั้นก็นั่งลงข้างโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย ค่อย ๆ กินมื้อเช้าไปทีละคำ จนกระทั่งไจ๋อวี้เจินเดินเข้าห้องน้ำ เธอถึงรีบลุกขึ้นย่องออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว
พอลงมาถึงชั้นล่าง เธอก็ไม่กล้ารอแม้แต่วินาทีเดียว รีบมุดเข้าไปในรถของเฉิงจิ่งเหยา
เฉิงจิ่งเหยาเห็นท่าทางของเธอราวกับกำลังแอบทำเรื่องไม่ดี ก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “คุณเป็นอะไรไป?”
“แม่ฉันอยู่ข้างบน ถ้าเห็นฉันขึ้นรถคุณเข้า เดี๋ยวก็เทศน์ฉันอีก” หยุนหนีปิดประตูรถ พลางตบอกตัวเองเบา ๆ
พอเฉิงจิ่งเหยาได้ยินว่าเป็นแม่ของเธอ เขาก็นั่งตัวตรงขึ้นทันที กระแอมเบา ๆ ก่อนถาม “แม่คุณรู้เรื่องผมแล้วเหรอ?”
หยุนหนีหายใจจนเป็นปกติแล้วหันไปมองเขา “ฉันกำลังจะบอกคุณเรื่องนี้พอดี เมื่อวานฉันกลับบ้านดึกใช่ไหมล่ะ แม่เลยดูออกว่าเราสองคนมีอะไรกัน วันนี้แม่บอกว่าอยากเจอคุณ”
แผ่นหลังของเฉิงจิ่งเหยาตึงขึ้นมาทันที สีหน้าประหม่าอย่างเห็นได้ชัด “วันนี้จะเจอผมเลยเหรอ?”
“อืม”
“แต่ผมไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย” เขาขมวดคิ้ว น้ำเสียงร้อนรนขึ้นอย่างหาได้ยาก “ไปพบผู้ใหญ่ถึงบ้าน แต่ไปมือเปล่า มันดูไม่เหมาะเลย”
เห็นเขาประหม่าแบบนี้ หยุนหนีก็เกือบหลุดหัวเราะ แต่คิดว่าคงไม่ดีนักจึงเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก ไปซื้อเอาตอนนี้ก็ได้เหมือนกัน ฉันไปเลือกกับคุณด้วย ฉันรู้ว่าพ่อแม่ชอบอะไร”
เฉิงจิ่งเหยาหันไปบอกคนขับให้มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมือง รถก็ออกตัวอย่างรวดเร็ว