บริเวณที่หยุนหนีพักอยู่ปูพื้นด้วยถนนหินตลอดทั้งย่าน สองข้างทางมีร้านเล็ก ๆ หลายร้านขายเครื่องประดับเงินและงานหัตถกรรม
เธอเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทาง พอผ่านร้านเล็ก ๆ ที่ขายผ้าพันคอมัดย้อมก็หยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าของร้านเป็นคุณป้าท่าทางใจดี ยิ้มแย้มพลางกุลีกุจอชวนเธอเข้าไปดูด้านใน
หยุนหนีไม่ถนัดปฏิเสธ จึงเข้าไปเลือกผ้าพันคอสีฟ้าสลับขาวมาผืนหนึ่ง โชคดีที่ราคาไม่แพง แถมสัมผัสยังนุ่มมืออีกด้วย
เธอเดินต่อไปข้างหน้า แล้วก็แวะซื้อแป้งข้าวย่างจากร้านแผงลอยร้านหนึ่ง
แป้งข้าวย่างด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่มหนึบ ห่อด้วยถั่วลิสงบดและซอส รสชาติอร่อยกว่าที่คิดไว้มาก
เธอกินไปเดินเที่ยวไป เมื่อผ่านสะพานหินโค้งแห่งหนึ่งก็หยุดยืนบนสะพาน มองเรือไม้ที่พายผ่านผิวน้ำอยู่ครู่หนึ่ง
เวลาที่นี่ไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ผู้คนวางใจและคลายความระแวดระวังได้ง่าย
ความกังวลและความโดดเดี่ยวที่หยุนหนีเคยรู้สึกต่อเมืองแปลกหน้าค่อย ๆ ได้รับการเยียวยา
เธอกลับถึงที่พักตอนเย็น เจ้าของที่พักเพิ่งพาลูกค้าใหม่ไปเช็กอินเสร็จ พอเห็นเธอกลับมาก็ทักทายว่า “สาวน้อยกลับมาแล้ว เที่ยวสนุกไหม?”
หยุนหนียิ้มให้เธอเช่นกัน “สนุกดีค่ะ วันนี้เดินเที่ยวไปหลายถนน แถมซื้อผ้าพันคอมาด้วยผืนหนึ่ง”
“ดีเลย ค่อย ๆ เที่ยวไปนะ ที่นี่น่ะ ต้องใช้ชีวิตให้ช้าลงถึงจะสบาย” เจ้าของที่พักพูดจบก็หันไปจัดการธุระอื่นต่อ
