หยุนหนีไม่ได้สังเกตเห็นความหดหู่ในใจของเขาเลย เธอสะบัดมือลู่จิ่งเหยาออกอย่างตื่นเต้น แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปที่ร้านไอศกรีม ถามเจ้าของร้านก่อนจะซื้อไอศกรีมสองแท่งคนละรส
เธอเลือกรสสตรอว์เบอร์รีให้ตัวเอง แล้วหยิบรสช็อกโกแลตอีกแท่งส่งให้ลู่จิ่งเหยาที่เพิ่งเดินตามมา พลางยิ้มหวาน “ต้าลี่ กินนี่สิ”
ที่จริงลู่จิ่งเหยาไม่ชอบกินของหวาน โดยเฉพาะอาหารที่ทำจากหัวเชื้อแต่งกลิ่นคุณภาพต่ำแบบนี้ เขาไม่เคยแม้แต่จะแตะต้อง
แต่ในเวลานี้ ไอศกรีมแท่งที่ละลายเร็วเหลือเกินกลับเป็นของอร่อยเลิศล้ำที่สุดในโลก แค่คำเดียวก็หวานซึมลึกเข้าไปในใจ
นี่คือไอศกรีมที่แฟนสาวซื้อให้เขา
หยุนหนีสังเกตสีหน้าพระเอกอย่างละเอียด แล้วก็ประหลาดใจที่พบว่าเขาดูเหมือนจะชอบไอศกรีมรสช็อกโกแลตจริง ๆ
เธอขมวดคิ้วอย่างเสียดาย รู้อย่างนี้น่าจะซื้อรสมะม่วง ถ้าพระเอกไม่ชอบกิน เธอก็จะได้กินสองแท่ง
กินไอศกรีมเสร็จ หยุนหนีก็เรียกรถกลับบ้านของนางร้าย
บ้านเช่าที่นางร้ายเช่าอยู่ในเขตบ้านพักจัดสรร เป็นห้องชุดแบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องรับแขก ขนาด 40 ตารางเมตร
บ้านแบบนี้ในเขตห่างไกลของเมืองระดับสามมีค่าเช่าเดือนละประมาณ 800 หยวน ทั้งยังอยู่ใกล้บริษัทที่เธอทำงาน นี่จึงเป็นเหตุผลที่เธอเลือกกลับไปทำงานที่บ้านเกิด
ค่าครองชีพในบ้านเกิดต่ำกว่าในเมืองหลวงมาก
ทุกเดือนหลังหักค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และค่าใช้จ่ายทั่วไปจากเงินเดือนแล้ว เธอยังเก็บเงินได้ 3,000 หยวน ครบปีก็มีเงินเก็บถึง 30,000 หยวน
ก่อนหน้านี้นางร้ายอยู่คนเดียวมาตลอด ห้องจึงค่อนข้างรก ข้าวของจิปาถะกับกล่องพัสดุวางกองระเกะระกะอยู่ตรงประตู
ตอนหยุนหนีก้าวเข้าบ้าน เธอเกือบสะดุดกล่องเปล่าล้ม โชคดีที่ลู่จิ่งเหยาคว้าเอวเธอไว้ได้อย่างว่องไว ไม่อย่างนั้นคงได้จูบพื้นไปแล้ว
เธอยิ้มแห้ง ๆ “บ้านรกไปหน่อยนะ”
“เป็นความผิดของผมเอง ผมคงลืมเก็บกวาด” ลู่จิ่งเหยาตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ
แม้จะสูญเสียความทรงจำไปแล้ว แต่ในจิตใต้สำนึกเขายังคงคิดว่างานบ้านเป็นหน้าที่ของเขา
เขาคงไม่ยอมให้แฟนสาวทำงานเหนื่อย ๆ พวกนี้แน่
ตอนนี้บ้านรกขนาดนี้ ต้องเป็นเพราะเขาลืมเก็บกวาดก่อนออกไปแน่ ๆ
หยุนหนีอดทึ่งเขาไม่ได้จริง ๆ
ถ้าไม่ได้อ่านเนื้อเรื่องต้นฉบับมาก่อน เธอคงคิดว่าลู่จิ่งเหยาเชื่อไปแล้วว่าเขาเป็นแฟนของเธอ
พอเข้ามาในห้องเช่า หยุนหนีก็เปิดเครื่องปรับอากาศในห้องรับแขก แล้วหันหน้าไปรับลม
ส่วนลู่จิ่งเหยาที่อยู่ข้างหลังเริ่มทำงานบ้านด้วยตัวเองอย่างรู้หน้าที่ เก็บขยะทั้งหมดบนโต๊ะลงถัง แล้วหยิบไม้กวาดมากวาดพื้นห้องรับแขก
ระหว่างทำความสะอาด เขายังไม่ลืมเตือนหยุนหนีว่าอย่าหันหน้าเข้าหาลมจากเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา เดี๋ยวจะเป็นหวัด
หยุนหนีเปลี่ยนจากยืนรับลมใต้เครื่องปรับอากาศไปนอนคว่ำเล่นโทรศัพท์บนโซฟา กว่าลู่จิ่งเหยาจะถูพื้นเสร็จ
เขาหยิบถุงขยะที่มัดปากเรียบร้อยกับกุญแจบนตู้ตรงทางเข้า แล้วออกจากบ้านลงไปข้างล่าง
พอเขากลับมา หยุนหนีก็ลุกขึ้นนั่งบนโซฟาและบิดขี้เกียจ
“หิวหรือยัง?” ลู่จิ่งเหยามองเธอที่ดูเอื่อยเฉื่อยไร้เรี่ยวแรง แล้วถามยิ้ม ๆ
หยุนหนีลูบท้อง รู้สึกหิวขึ้นมานิดหน่อย จึงพยักหน้าให้เขา
ลู่จิ่งเหยาเดินไปที่ตู้เย็น เลือกผักมาสองสามอย่าง ตั้งใจจะทำมื้อเย็น
เขาจัดการเตรียมวัตถุดิบเสร็จ มือที่กำลังทำอาหารก็หยุดชะงัก
ลู่จิ่งเหยาไม่แน่ใจว่าตัวเองยังทำอาหารเป็นหรือเปล่า เมื่อก่อนเขาต้องทำเป็นอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะดูแลแฟนสาวได้อย่างไร
แต่ตอนนี้เขาสูญเสียความทรงจำไปแล้ว จึงนึกไม่ออกเลยว่าต้องทำอาหารอย่างไร
โชคดีที่ในครัวมีตำราอาหารอยู่เล่มหนึ่ง ลู่จิ่งเหยาทำตามตำรา จนได้อาหารสองจานกับแกงหนึ่งถ้วย
หลังกินมื้อนี้เสร็จ ท่าทีของหยุนหนีที่มีต่อลู่จิ่งเหยาก็เปลี่ยนจากความทึ่งกลายเป็นความชื่นชม
ในเนื้อเรื่องเดิมไม่ได้พูดถึงเลยว่าพระเอกขยันและเก่งงานบ้านขนาดนี้
มิน่าล่ะ ตอนพระเอกจากไปโดยไม่บอกกล่าว นางร้ายถึงได้เสียใจจนแทบรับไม่ไหว
เธอเข้าใจแล้ว เข้าใจความคิดของนางร้ายอย่างถ่องแท้แล้ว
ถ้าครบหนึ่งเดือนแล้วลู่จิ่งเหยาจากไป เธอก็คงปรับตัวไม่ค่อยได้เหมือนกัน
หลังอาหารเย็น หยุนหนีก็เตรียมอาบน้ำแล้วขึ้นเตียงนอนดูคลิปสั้น ๆ
ห้องเช่าหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องรับแขกแห่งนี้มีห้องน้ำเพียงห้องเดียว
ห้องน้ำไม่ใหญ่และไม่ได้แยกส่วนเปียกกับส่วนแห้ง มีเพียงม่านพลาสติกผืนหนึ่งกั้นระหว่างโถส้วมกับฝักบัว
หยุนหนียืนบนแผ่นกันลื่น สระผมอย่างพิถีพิถัน จากนั้นก็ชโลมครีมอาบน้ำลงบนตัว กลิ่นกุหลาบอบอวลไปทั่วห้องน้ำในพริบตา
หลังอาบน้ำเสร็จ เธอเป่าผมยาวจนแห้ง แล้วเปลี่ยนเป็นชุดนอนสะอาด
พอเดินออกจากห้องน้ำ เธอถึงนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านไม่มีเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนของผู้ชายเลย แม้แต่ของใช้ในห้องน้ำของผู้ชายก็ไม่มีสักชิ้น ถ้าลู่จิ่งเหยารู้เข้า เขาต้องสงสัยแน่
ถึงเขาน่าจะสงสัยอยู่แล้ว เพียงแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ แต่ช่องโหว่ชัดเจนขนาดนี้แทบจะกลบเกลื่อนไม่ได้เลย
หยุนหนีรีบเปิดแอปสั่งอาหาร แล้วสั่งเสื้อผ้าผู้ชายราคาถูกกับของใช้ในห้องน้ำมาสองสามชิ้น
ตอนลู่จิ่งเหยาเข้าไปอาบน้ำ เธอหยิบถุงของที่แขวนอยู่บนลูกบิดประตูมาตัดป้ายเสื้อผ้าทิ้ง แล้วเอาไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ส่วนของใช้ในห้องน้ำก็วางไว้ข้างอ่างล้างจานในครัว
ทำทุกอย่างเสร็จ เธอถึงค่อยโล่งใจ เดินเข้าห้องนอนใหญ่แล้วขึ้นเตียงเล่นโทรศัพท์
ลู่จิ่งเหยาได้กลิ่นกุหลาบที่ยังอบอวลอยู่ในห้องน้ำ จู่ ๆ ใบหน้าก็ร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
เขาไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแฟนสาวคืบหน้าไปถึงขั้นไหนแล้ว ถ้าอยู่ด้วยกันแล้ว พวกเขาเคยทำเรื่องใกล้ชิดกันยิ่งกว่านี้หรือเปล่า?
ลู่จิ่งเหยาข่มความคิดที่เริ่มเตลิดไปไกลแล้วรีบอาบน้ำให้เสร็จ ตอนหยิบผ้าเช็ดตัวถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้เอาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนเข้ามาด้วย
ตอนนั้นเองเขาถึงสังเกตว่าบนอ่างล้างหน้าในห้องน้ำมีของใช้ส่วนตัวเพียงชุดเดียว ไม่เห็นร่องรอยเลยว่าตัวเองเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
ลู่จิ่งเหยาขมวดคิ้วอย่างสงสัย แล้วนึกถึงคำพูดของเมิ่งหยุนหนีระหว่างนั่งรถกลับบ้านในตอนกลางวัน
เธอบอกว่าพวกเขาทั้งคู่มาจากชนบท เข้ามาหางานทำในเมือง เธอทำงานเป็นพนักงานต้อนรับในบริษัทเล็ก ๆ ส่วนเขารับจ้างช่วยคนอื่นย้ายบ้านกับส่งอาหาร
เดิมทีเขากับเธอเป็นเพื่อนบ้านกัน ต่อมาพอถูกใจกันจึงเริ่มคบหาและย้ายมาอยู่ด้วยกัน
ฟังดูแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ตอนเขาบอกว่าจะไปทำเอกสารยืนยันตัวตนใหม่ เมิ่งหยุนหนีกลับแสดงท่าทีร้อนรน ดูเหมือนไม่อยากให้เขาไป แถมยังอ้างว่าเรื่องยุ่งยากและไม่จำเป็น เพราะงานที่เขาทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่ต้องใช้บัตรประชาชน
ดูเหมือนแฟนสาวจะมีเรื่องปิดบังเขาอยู่
ลู่จิ่งเหยาไม่คิดว่าแฟนสาวจะหลอกเขา ต่อให้เธอปิดบังอะไรไว้ ก็ต้องทำไปเพราะหวังดีต่อเขาแน่
หยุนหนีพลิกตัวไปมาบนเตียง สุดท้ายก็ตัดสินใจเอาผ้าเช็ดตัวผืนใหม่กับเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไปให้ลู่จิ่งเหยาด้วยตัวเอง จะได้ไม่ให้เขาคิดมากถ้าพบว่าในห้องน้ำไม่มีอะไรเลย
เธอเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆ แล้วถามเข้าไปข้างใน “ต้าลี่ อาบเสร็จหรือยัง? เห็นเหมือนคุณลืมเอาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนมา ฉันเอามาให้แล้วนะ”
ไม่นาน ประตูก็เปิดแง้มออกมา หยุนหนีรีบยัดของเข้าไปในช่องว่าง
แต่ตอนที่เธอกำลังจะชักมือกลับ นิ้วมือกลับถูกคนข้างในคว้าเอาไว้เสียก่อน
