หยุนหนีฉลาดขึ้นคราวนี้ จึงหลบไปอ่านจดหมายไม่ให้เฉิงจิ่งเหยาเห็น ในใจเธอมีลางสังหรณ์หนักอึ้ง หลังอ่านจดหมายจบ บางทีเวลาที่พวกเขาต้องแยกจากกันก็มาถึงแล้ว
พอแกะซองจดหมายออก นอกจากจดหมายข้างในยังมีใบลงทะเบียนสมัครงานอีกหนึ่งแผ่น
ในจดหมาย ไจ๋อวี้เจินบอกว่าได้ฝากคนช่วยจัดการโควตารับเข้าทำงานให้เธอเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องส่งเอกสารให้ครบก่อนปีใหม่ หากพ้นกำหนดก็จะถือว่าสละสิทธิ์
นั่นหมายความว่า ก่อนเทศกาลตรุษจีนมาถึง เธอจะต้องจัดการเรื่องหย่ากับเฉิงจิ่งเหยาให้เรียบร้อย
หยุนหนีจ้องกระดาษจดหมายอย่างเหม่อลอย เธอคิดว่าจะได้อยู่ฉลองตรุษจีนกับเฉิงจิ่งเหยาก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องหย่าเสียอีก
ฤดูหนาวปีนี้หนาวเป็นพิเศษ ตั้งแต่ต้นปีก็หิมะตกหลายครั้ง พื้นดินมีหิมะทับถมหนาเป็นชั้น เหยียบลงไปก็ส่งเสียงกรอบแกรบ
หยุนหนีสอดจดหมายใส่กระเป๋าเสื้อคลุม ทำทีเป็นไม่รู้สึกอะไรแล้วเดินเข้าบ้าน
เฉิงจิ่งเหยาเพิ่งจัดขนมที่ซื้อมาใส่ถาดข้างหัวเตียง พอเห็นใบหน้าเธอแดงก่ำเพราะลมหนาวด้านนอก ก็รีบเดินเข้ามายกฝ่ามืออุ่น ๆ ประคองแก้มเธอไว้
“หิมะมีอะไรน่าสนุกกัน ทุกฤดูหนาวก็เห็นกันอยู่แล้ว”
หยุนหนีโอบแขนรอบเอวเขาแล้วซุกเข้าไปในอ้อมกอด อบอุ่นสบายเหลือเกิน
เธอถูแก้มกับเสื้อไหมพรมตรงอกเขา ก่อนพึมพำเสียงเบา “ในหนึ่งปีมีตั้งสามร้อยกว่าวัน แต่มีแค่ไม่กี่สิบวันที่จะได้เห็นหิมะ แน่นอนว่าต้องรู้สึกว่ามันหายากสิ”
เฉิงจิ่งเหยายกมือลูบศีรษะเธอ เห็นเธอออดอ้อนอย่างที่นาน ๆ จะเป็นสักครั้ง รอยยิ้มในดวงตาก็ยิ่งลึกซึ้ง
