“ในจดหมายเขียนว่าอะไรเหรอ?”
หยุนหนีสะดุ้ง รีบพับกระดาษจดหมายแล้วยัดกลับเข้าไปในซอง
เฉิงจิ่งเหยาเพิ่งเก็บข้าวของเสร็จ พอเห็นเธอนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียงมานานก็เดินเข้ามาดู
ใครจะคิดว่าพอเข้าใกล้ เขาก็เห็นท่าทางมีพิรุธราวกับคนทำผิดของเธอเข้าเต็มตา
ฝีเท้าของเขาชะงักไปเล็กน้อย
“เป็นอะไรไป?”
“มะ...ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องจิปาถะในบ้านน่ะ”
หยุนหนีกำซองจดหมายไว้ในมือ ก่อนก้มตัวเอามันยัดเข้าไปในสัมภาระใต้เตียง
เห็นเธอลนลานเช่นนี้ เฉิงจิ่งเหยาก็พอจะเดาออก
เขาไม่ถามต่อ เพียงบอกว่าจะไปทำมื้อเย็น แล้วหันหลังเดินไปที่ครัว
หยุนหนีถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในใจก็อดหงุดหงิดตัวเองไม่ได้ ไม่รู้เมื่อครู่เธอแสดงพิรุธชัดเกินไปหรือเปล่า
เธอเคาะศีรษะตัวเองเบา ๆ ชีวิตสุขสบายเกินไปแล้วจริง ๆ ถึงได้ทำสัญชาตญาณการแสดงตกหล่นไปหมด
ระหว่างที่เฉิงจิ่งเหยาไปทำอาหาร หยุนหนีก็นั่งลงที่โต๊ะแล้วเขียนจดหมายตอบกลับเสียเลย
แต่เธอปิดบังเรื่องที่ตัวเองกับเฉิงจิ่งเหยามีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาแล้ว ทั้งยังเลียนแบบน้ำเสียงของนางรอง เขียนเร่งให้พ่อแม่รีบรับเธอกลับเข้าเมือง หากมีข่าวที่แน่ชัดเมื่อไรก็ให้เขียนตอบมา ถึงตอนนั้นเธอจะไปจัดการหย่ากับเฉิงจิ่งเหยา
หยุนหนีใส่จดหมายที่เขียนเสร็จลงในซอง แล้วเก็บรวมไว้กับจดหมายของพ่อแม่ในสัมภาระ
พอจัดการทุกอย่างเสร็จ เธอก็เดินเล่นไปมาในห้องอย่างไร้จุดหมาย ก่อนค่อย ๆ แง้มประตูออก แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าครัว
หยุนหนียังคงรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้าง เดิมทีเธอแค่อยากมาดูว่าเฉิงจิ่งเหยาเป็นอย่างไร แต่พอเดินมาถึงหน้าประตู ก็เห็นเขายกมือรองน้ำล้างอยู่ข้างอ่าง หลังมือแดงเป็นปื้นใหญ่
