หยุนหนีอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป คนคนนี้ทำไมถึงทั้งขี้หวงทั้งเอาแต่ใจขนาดนี้นะ
เธอขยับตัวในอ้อมแขนเขา หันมาประคองใบหน้าเขาแล้วเอ่ยชม “คุณดีกับฉันขนาดนี้ แถมยังหล่อและรวยอีก ฉันจะไปชอบคนอื่นได้ยังไงล่ะ”
ที่จริงเจียงจิ่งเหยาก็เป็นคนง้อง่ายพอสมควร อย่างตอนนี้แค่เธอชมเขาไปไม่กี่คำ คิ้วที่ขมวดอยู่ก็คลายลง ริมฝีปากที่เม้มแน่นก็ผ่อนออก มุมปากแทบจะยกขึ้น แต่สุดท้ายก็ยังเก็บอาการไว้
หยุนหนีคิดว่าตัวเองเข้าใจวิธีรับมือกับพระเอกอย่างถ่องแท้แล้ว
ถึงตอนเจอกันครั้งแรกเขาจะเคร่งขรึมและน่ากลัวมาก แต่แค่ชมเขาสักสองสามคำ ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรเขาก็ยอมฟัง หูเบาเสียจริง
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงเจียงจิ่งเหยาในความเข้าใจของหยุนหนีเท่านั้น หากพวกลูกน้องของเจียงจิ่งเหยาได้ยินเข้า คงคิดแค่ว่าเจ้านายถูกงานบีบจนเสียสติไปแล้ว ถึงได้เกิดภาพลวงตาว่าเจ้านายเป็นคนหูเบา
วันก่อนหยุนหนีจะออกเดินทางไปกองถ่าย จูดี้ก็จัดกระเป๋าให้เธอเรียบร้อย ทั้งยังยื่นขอเส้นทางบินสำหรับเครื่องบินส่วนตัวไว้ล่วงหน้า แม้แต่ที่พักในเมืองเจ๋อหลังจากเธอลงเครื่อง พ่อบ้าน รถตู้พร้อมคนขับ และทีมผู้ช่วยติดตามก็จัดเตรียมไว้หมดแล้ว
ส่วนโรงแรมที่กองถ่ายจัดไว้ เธอคงไม่ได้เข้าพักอยู่แล้ว
คณะเดินทางกันไปอย่างเอิกเกริก วันเปิดกล้องของกองถ่าย แม้แต่ทีมของพระเอกนางเอกยังดูไม่ใหญ่โตเท่าเธอ
หยุนหนีรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อย เธอจะต้องใช้คนมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร แค่มีผู้จัดการส่วนตัวอย่างสวีลี่กับผู้ช่วยอย่างหลิวเวยก็พอแล้ว แต่ตอนนี้เฉพาะคนขับรถ ช่างแต่งหน้าและทำผม บอดีการ์ด กับพ่อบ้านส่วนตัวก็มีถึงห้าคน รถตู้พร้อมคนขับยังจัดไว้ให้ตั้งสองคัน แถมยังเป็นรถโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนนอีกด้วย
