“สหายเสิ่น มีเมนูอะไรที่อยากกินไหม?”
หลินเฉวียนเห็นว่าใกล้ถึงเวลาอาหารแล้ว จึงเรียกพนักงานมาหา ก่อนเลื่อนเมนูไปตรงหน้าหยุนหนี
หยุนหนีทอดสายตามองตามเฉิงจิ่งเหยากับพวกพ้องไป จนกระทั่งพวกเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้วจึงหันมามองหลินเฉวียน พลางตอบอย่างสุภาพว่า “สหายหลิน ฉันกินได้หมด คุณเลือกเลย”
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้เลือกกินจริง ๆ หลินเฉวียนก็ไม่เกรงใจอีก รับเมนูมาเปิดดู
“งั้นฉันสั่งเมนูขึ้นชื่อของที่นี่นะ ถ้ามีอะไรที่ไม่ชอบก็บอกได้เลย”
“ได้”
หลินเฉวียนบอกเมนูหลายอย่างกับพนักงาน พนักงานจดชื่ออาหารลงไป ก่อนถือเมนูเดินออกไป
หยุนหนีหลุบตาลง สายตาเลื่อนลอยอยู่ในแก้วน้ำที่ถือไว้ ภาพของเฉิงจิ่งเหยาที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัว
ไม่ได้เจอกัน 4 ปี เขาเปลี่ยนไปไม่น้อยจริง ๆ
เมื่อก่อนตอนอยู่หมู่บ้านต้าเหอ เขาแต่งตัวตามสบาย ผมสั้นเกรียนจนแทบไม่ต้องจัดทรง แต่ตอนนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต ผมยาวขึ้นเล็กน้อยและตัดแต่งเป็นทรง ผิวก็ดูขาวขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนอยู่ชนบท
คิ้วตายังคงคมเข้มสง่างามเหมือนเดิม ทั้งสูงโปร่ง ขายาว เดินอย่างสง่าผ่าเผย เวลาพูดกับคนอื่นก็ไม่ถ่อมตนหรือวางท่าเกินไป แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นเถ้าแก่ใหญ่ที่มีออร่าเต็มเปี่ยม
“สหายเสิ่น?”
หยุนหนีได้สติกลับมา หลินเฉวียนกำลังมองเธอพร้อมรอยยิ้ม
“เมื่อกี้กำลังคิดอะไรอยู่หรือ?”
