“ห้าล้านพอหรือเปล่า?”
หยุนหนีพยักหน้าบนแผ่นหลังเขา “อื้อ พอแล้ว พอแล้ว”
ลู่จิ่งเหยาไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาปล่อยมือข้างหนึ่ง ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าแล้วกดอยู่สองสามครั้ง ก่อนส่งข้อความออกไป
“เรียบร้อยแล้ว” เขาเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า “ลองเช็กบัญชีดูสิ”
หยุนหนีหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าเสื้อ ข้อความแจ้งเตือนยอดเงินเข้าบัญชีธนาคารล่าสุดก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจออย่างรวดเร็ว
เธอเก็บโทรศัพท์อย่างเบิกบาน ก่อนขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขา “ขอบคุณนะคะ เจ้านาย”
“ขอบคุณแค่ปากเปล่าเองเหรอ?” ลู่จิ่งเหยาหันมามองเธอ น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้า
หยุนหนีมองใบหน้าด้านข้างของเขาที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วโน้มตัวไปจุ๊บแก้มเขาอย่างรวดเร็ว
“คราวนี้พอหรือยัง?”
“ยังไม่พอ” ลู่จิ่งเหยาส่ายหน้า
หยุนหนีเบิกตากว้าง น้ำเสียงขุ่นเคืองปนเขินอาย “แค่นี้ยังไม่พอ แล้วคุณอยากได้อะไรอีก?”
ลู่จิ่งเหยาเดินมาถึงทางออกของเมืองโบราณ รถเก๋งสีดำคันหนึ่งก็จอดลงตรงหน้าพวกเขา
พอขึ้นรถ ลู่จิ่งเหยาก็ไม่รู้ว่ากดตรงไหน แผ่นกั้นสีดำเลื่อนขึ้นมาระหว่างพวกเขา แยกพื้นที่เบาะหน้าและเบาะหลังออกจากกัน
หยุนหนีรู้สึกไม่ชอบมาพากลขึ้นมาทันที เธอเปิดประตูรถด้านขวาเพื่อจะลง แต่ลู่จิ่งเหยากลับตวัดแขนโอบเอวเธอไว้ก่อน มือหนึ่งจับคางเธอ แล้วก้มลงจูบ
รถเก๋งสีดำแล่นเงียบ ๆ เข้าสู่รัตติกาล ทิ้งแสงไฟและความครึกครื้นของเมืองโบราณไว้เบื้องหลัง
มือของหยุนหนีแตะอยู่บนอกเขา สัมผัสได้ถึงผิวกายแข็งแกร่งอบอุ่นใต้เสื้อผ้า แรงที่ปลายนิ้วจึงค่อย ๆ อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ในหัวเหลือเพียงกลิ่นอายสดชื่นเย็นละมุนระหว่างริมฝีปากและลิ้น กับสัมผัสของฝ่ามือร้อนผ่าวที่เอว
