ใต้แสงราตรี ชายตรงหน้าค่อย ๆ ถอดหน้ากากออก
แสงไฟรอบด้านฉาบใบหน้าของเขาด้วยประกายสีทองอบอุ่น ขับให้รูปโฉมหล่อเหลาราวเทพบุตรยิ่งดูโดดเด่น
ท่วงทำนองเก่าแก่ที่ดังแว่วอยู่ข้างหู พลันกลายเป็นเพียงฉากหลังของเขาไปในชั่วขณะ
หยุนหนีเคยคิดว่าหากได้พบลู่จิ่งเหยาอีกครั้ง เธอจะรู้สึกอย่างไร บางทีอาจปล่อยวางได้ บางทีอาจเพียงสบตากันแล้วยิ้มให้ หรือไม่ก็เดินสวนกันไปอย่างเฉยชา
แต่ไม่มีทางเป็นแบบตอนนี้แน่ หัวใจเต้นรัวราวกับรัวกลอง
“...ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร กว่าเธอจะหาเสียงของตัวเองเจอ
ลู่จิ่งเหยาข่มกลั้นแรงปรารถนาที่อยากกอดเธอไว้ในอ้อมแขน หลังจากได้เธอกลับคืนมาอีกครั้ง ก่อนเอ่ยเสียงขรึมว่า “แล้วคุณล่ะ ทำไมถึงจากไป”
หยุนหนีถูกถามจนพูดไม่ออก หัวใจที่เต้นรัวค่อย ๆ สงบลง ความว้าวุ่นในร่างกายก็เหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็น จนเย็นเยียบในพริบตา
เธอไม่อาจตอบคำถามนี้ได้
เพราะทันทีที่ตอบ ก็เท่ากับเปิดโปงสิ่งที่น่าอับอายที่สุดระหว่างพวกเขา
จะบอกว่าเธอจากไปก็ไม่ถูกนัก ความจริงคือเธอรู้ว่าคำโกหกถูกจับได้ จึงหนีหัวซุกหัวซุน
เธอเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ข้อมือยังถูกเขากุมไว้ จึงยังถูกดึงรั้งอยู่กับที่
“หยุนหนี คุณจะหนีอีกแล้วเหรอ”
ลู่จิ่งเหยาสังเกตเห็นว่าเธอกำลังถอยหนี จึงก้าวเข้าหา ขยับระยะห่างระหว่างทั้งคู่ให้ใกล้ขึ้น
