“นี่มันเหมือนเข้าไปลงดันเจี้ยนเก็บค่าประสบการณ์เลยใช่ไหม?”
ซ่งเยี่ยนปรับตัวกับเกมโหมเล่นฉบับโลกจริงได้เป็นอย่างดี หลังเอ่ยพึมพำด้วยความรู้สึกทึ่ง เขาก็รีบเติมน้ำ นวดแป้ง พักแป้ง แล้วคอยสังเกต ทำซ้ำไปวนมา
ครั้งแรก เส้นใยกลูเตนกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ
เริ่มใหม่
ครั้งที่สอง อุณหภูมิน้ำสูงไป 0.5 องศา
เริ่มใหม่
ครั้งที่สาม เวลาพักแป้งคลาดไป 3 นาที
เริ่มใหม่
……
ครั้งที่ยี่สิบ ซ่งเยี่ยนจ้องก้อนแป้งตรงหน้า ใช้นิ้วกดเพื่อสัมผัสความยืดหยุ่น
【ก้อนแป้งที่มีความยืดหยุ่นของกลูเตนดี】
ค่าความชำนาญ: +100
เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนเทแป้งเพิ่มแล้วทำต่อ
ครั้งที่ห้าสิบ
【ก้อนแป้งที่มีเส้นใยกลูเตนกระจายตัวสม่ำเสมอ】
ค่าความชำนาญ: +120
บัฟสองชั้นที่ติดมากับห้องฝึกฝนเข้ากันได้ดีกับนิสัยชอบโหมเก็บค่าความชำนาญของซ่งเยี่ยน การฝึกฝนเป็นเวลานานไม่เพียงไม่ทำให้เขารู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย แถมยังทำให้คิดอยากโหมอัปสกิลให้เต็มระดับในรวดเดียวด้วยซ้ำ
น่าเสียดายที่รางวัลจากระบบมีเวลาให้แค่ 12 ชั่วโมง ต่อให้ซ่งเยี่ยนเข้ามาแล้วไม่หยุดพักเลย ก็ยังเก็บค่าความชำนาญได้แค่สี่พันกว่าแต้ม
【การทำแป้งขึ้นฟู (ระดับกลาง): 7810/10000】
เสียงเตือนว่าเวลาหมดดังขึ้น ซ่งเยี่ยนก็ถูกดีดออกจากห้องฝึกฝนทันที ความเหนื่อยล้าอย่างรุนแรงพลันถาโถมเข้ามาในหัว
ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่เขาเคยเล่นเกมโต้รุ่งติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์ นอนวันละแค่ 7 ชั่วโมง แล้วใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดไปกับการเล่นเกม
คงเป็นผลข้างเคียงของบัฟจดจ่อล่ะมั้ง
ความคิดนี้แวบผ่านสมอง แต่ซ่งเยี่ยนก็ขี้เกียจจะคิดต่อแล้ว เขาถอดเสื้อผ้า ล้มตัวลงนอนทันที
……
วันถัดมา ซ่งเยี่ยนผู้มีนิสัยตื่นเช้าเป็นประจำถูกนาฬิกาปลุกตอน 10 โมงครึ่งปลุกตรงเวลา
สำหรับคนที่โหมเล่นเกมจนแทบเป็นอาชีพอย่างเขา สิ่งแรกหลังตื่นนอนก็คือเช็กหน้าต่างต่าง ๆ ของระบบ
“นอนอะไรตอนนี้! ภารกิจหลักยังไม่เสร็จก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ภารกิจรองก็ยังค้างอยู่เหมือนกัน!”
ซ่งเยี่ยนที่เริ่มคล่องมือกับการใช้งานระบบแล้วทนเห็นจุดแดงที่โผล่ขึ้นมาหลังเปิดหน้าต่างไม่ไหว เขารีบแต่งตัวลงจากเตียงด้วยความเร็วแสง ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ตรงเข้าครัวทันที
ซาลาเปาน้ำแกงที่หิ้วกลับมาเมื่อวานเหลืออยู่เจ็ดเข่ง ซ่งเยี่ยนเปิดซึ้ง เติมน้ำ วางชั้นนึ่ง แล้วจุดไฟ ระหว่างรอ เขาก็เทแป้งลงกะละมังไปด้วย
เติมน้ำอุ่นที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิร่างกายทีละน้อย คนจนแป้งจับตัวเป็นปุย จากนั้นลงมือนวด
ยี่สิบนาทีต่อมา ซ่งเยี่ยนยกกะละมังที่ใส่แป้งไปวางตากแดดตรงริมหน้าต่าง เช็ดมือ แล้วยกซาลาเปาที่นึ่งเสร็จไปวางบนโต๊ะอาหาร เขาจิ้มกินกับน้ำส้มสายชูขิงรวดเดียวหมดไป 6 ลูก ก่อนกลับเข้าครัวไปเทแป้งต่อ
“พี่ ทำอะไรอยู่เหรอ?”
ซ่งเสี่ยวเสี่ยวขยี้ตา เดินโซเซออกมาจากห้องนอน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนรังนก บนหน้ายังมีรอยหมอน เธอเดินงัวเงียมาถึงหน้าครัว พอเห็นซ่งเยี่ยนกำลังนวดแป้งอย่างบ้าคลั่งบนเขียงก็พลันตื่นเต็มตา
“พี่...นวดแป้งทำไม?” เธอถอยหลังอย่างระแวดระวัง “คงไม่ได้คิดจะทำซาลาเปาอีกใช่ไหม? ที่พี่หิ้วกลับมาเมื่อวานน่าจะพอให้เรากินไปครึ่งอาทิตย์แล้วนะ!”
ซ่งเยี่ยนไม่แม้แต่จะเงยหน้า “ไม่เป็นไร อีกไม่กี่วันเธอก็เปิดเทอมแล้ว กินไม่หมดก็ห่อกลับไปกินสิ”
ซ่งเสี่ยวเสี่ยว: (•᷄ࡇ•᷅)
“ซ่งเยี่ยน! นายเป็นพี่แท้ ๆ ของฉันหรือเปล่าเนี่ย?!”
“แท้แน่นอน” มือซ่งเยี่ยนยังขยับไม่หยุด “แล้วเมื่อวานเห็นกินเอร็ดอร่อยดีไม่ใช่เหรอ?”
“ของอร่อยแค่ไหน ถ้ากินติด ๆ กันตลอดก็เบื่อได้ทั้งนั้น! พี่ช่วยอย่าทำลายความชอบที่ฉันเพิ่งมีให้ซาลาเปาน้ำแกงได้ไหม!” ซ่งเสี่ยวเสี่ยวกางมือทั้งสองข้าง “8 ปี! พี่รู้ไหมว่าตลอด 8 ปีนี้ฉันใช้ชีวิตยังไงมา!”
“นมแคลเซียมเอดีวันละสามขวด หม้อไฟเล็กสัปดาห์ละครั้ง ปิดเทอมฤดูร้อนกับฤดูหนาวก็มีขนมกับน้ำอัดลมไม่เคยขาด?” ซ่งเยี่ยนหัวเราะเยาะ
ซ่งเสี่ยวเสี่ยวเถียงไม่ออก จึงกระทืบเท้าอย่างหงุดหงิด เดินเข้าครัวไปหยิบซาลาเปาสองเข่งแล้ววิ่งหนีไป
พอไม่มีสิ่งรบกวนจากภายนอก ท่าทางของซ่งเยี่ยนก็ยิ่งลื่นไหล ค่าความชำนาญค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน
“ลูกชาย เสี่ยวเสี่ยว พวกเรากลับมาแล้ว!” ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน เสียงซ่งเจี้ยนเย่ก็ดังมาจากหน้าประตู
ช่วงเช้าเขากับฉินฟางไปเดินตลาดสดใกล้บ้าน เพื่อหาแหล่งวัตถุดิบที่มั่นคงให้ร้านอาหารเช้า
พอเปลี่ยนรองเท้าแตะแล้วเดินเข้าครัว เห็นซ่งเยี่ยนกำลังทำงานอยู่ และมีกะละมังคลุมผ้าเปียกเรียงเป็นระเบียบอยู่บนเขียงเจ็ดแปดใบ ดวงตาของซ่งเจี้ยนเย่ก็เป็นประกาย
“ลูกชาย ทั้งหมดนี่นวดตอนเช้าเหรอ?” ซ่งเจี้ยนเย่เดินเข้าไปเปิดผ้าเปียกตรงมุมหนึ่ง แล้วพินิจดูอย่างละเอียด “โห แป้งพักได้ดีจริง ๆ ทั้งความเงางามทั้งความยืดหยุ่น ดูแล้วเหมือนจะดีกว่าแป้งที่เพิ่งทำเมื่อวานอีกนะ”
“ก็พอใช้ได้ ฝึกมือเฉย ๆ” ซ่งเยี่ยนทำท่าถ่อมตัว แต่ในใจอยากฟังคุณพ่อซ่งชมต่อ
แต่จู่ ๆ ก็มีไอเย็นวาบมาจากด้านหลัง ตามด้วยเสียงของฉินฟาง “ซ่งเยี่ยน”
ซ่งเยี่ยนคอแข็งทื่อ หันกลับไปมอง เขาคุ้นกับน้ำเสียงแบบนี้ยิ่งกว่าอะไรดี
“แม่ มีอะไรเหรอ?”
“กะละมังใบนั้น” ฉินฟางชี้ไปที่มุมห้อง “เอาไว้หมักเนื้อตุ๋น”
ซ่งเยี่ยนมองตามนิ้วของเธอ ถึงได้เห็นว่ากะละมังสเตนเลสใบนั้นใช้หมักเนื้อตุ๋นเป็นประจำจริง ๆ ตรงขอบยังมีรอยสีน้ำตาลคล้ายซอสติดอยู่จาง ๆ
“เอ่อ...”
“แล้วใบนั้นด้วย” ฉินฟางชี้ไปที่หม้อดินบนเตา “เอาไว้ใส่น้ำแกง”
“แม่ ฟังผมอธิบายก่อน...”
“จะอธิบายอะไร?” ฉินฟางก้าวพรวดเข้าครัว คว้าหูซ่งเยี่ยนทันที “ดูสิว่าลูกทำอะไรลงไป! กะละมังที่ใช้ได้ในครัวโดนลูกยึดไปหมด! แม้แต่กะละมังหมักเนื้อ หม้อต้มน้ำแกง หรือกระทะผัดกับข้าว ลูกก็ไม่เว้นสักใบ เอามาพักแป้งหมดเลย!”
ตอนนั้นเองซ่งเยี่ยนถึงสังเกตว่า ในกระทะเหล็กที่ปกติใช้ผัดกับข้าวก็มีแป้งที่พักจนขึ้นฟูแล้วอยู่ก้อนหนึ่ง
เขาสาบานได้เลยว่าอันนี้ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ตอนนั้นกะละมังหมดพอดี เลยหยิบกระทะมาใช้โดยไม่ได้คิดอะไร
“แม่! แม่! เบา ๆ หน่อย!” ซ่งเยี่ยนกุมหูอ้อนวอน “ผมจะเก็บเดี๋ยวนี้! เดี๋ยวนี้เลย!”
“เก็บ?” ฉินฟางออกแรงเพิ่มอีกนิด “แล้วแป้งที่พักไว้พวกนี้จะทำยังไง? ทำเป็นซาลาเปาทั้งหมดเหรอ? ให้ครอบครัวเราสี่คนกินไปทั้งเดือนเลยไหม?”
ซ่งเจี้ยนเย่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่คิดจะห้าม แถมยังพูดเสริมอีกว่า “ก็ดีออก ยังไงฝีมือลูกชายก็ดี กินทุกวันก็ไม่เบื่อหรอก”
“หุบปากไปเลย!” ฉินฟางถลึงตาใส่เขา “ฉันว่าที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณตามใจนี่แหละ!”
ซ่งเจี้ยนเย่หุบปากทันที หดคอแล้วรีบเดินออกจากครัว ก่อนจากไปยังไม่ลืมส่งสายตาประมาณว่า ‘ขอให้โชคดี’ ให้ซ่งเยี่ยน
ซ่งเยี่ยน: “……”
พ่อแท้ ๆ แน่นอน พ่อแท้ ๆ
สิบนาทีต่อมา ซ่งเยี่ยนกุมหูที่แดงก่ำแล้วเริ่มเก็บกวาดความวุ่นวายอย่างว่าง่าย
โชคดีที่วันนี้เขาเก็บค่าความชำนาญด้วยวิธี ‘ทำน้อยแต่ทำบ่อย’ แต่ละครั้งใช้แป้งมากสุดแค่ครึ่งชั่ง แป้งในกะละมังหลายใบรวมกันแล้วจึงมีปริมาณไม่มากไปกว่าเมื่อคืนเท่าไร
ซ่งเยี่ยนเก็บไว้ส่วนน้อยสำหรับยืดเส้นทำบะหมี่ตอนเย็น ส่วนแป้งที่เหลือทำเป็นหมั่นโถวเกลียวทั้งหมด เพื่อไม่ให้เสียโอกาสเก็บค่าความชำนาญด้านการขึ้นรูปแม้แต่นิดเดียว เขาถึงกับปฏิเสธความช่วยเหลือที่คุณพ่อซ่งยื่นมือมาให้ไม่หยุด
คนเดียว หนึ่งบ่าย กับการฝึกฝนตนเองของสายโหม
“ลูกชาย มะรืนนี้ร้านอาหารเช้าของเราก็จะเปิดแล้ว ถ้าอยากฝึกทำแป้งขึ้นฟูก็มาที่ร้านเลยนะ ตำแหน่งพ่อครัวใหญ่ยกให้ลูก” ซ่งเจี้ยนเย่ยอมใจจริง ๆ
เมื่อวานฝีมือทำแป้งขึ้นฟูของซ่งเยี่ยนยังพอ ๆ กับเขา ส่วนฝีมือขึ้นรูปก็เก่งกว่าเขาแค่หน่อยเดียว แต่แค่ผ่านไปวันเดียวกลับเก่งจนทิ้งเขาไม่เห็นฝุ่น แถมยังมีร่างกายแข็งแรงโดดเด่นอีก ไอ้หนูนี่มันเกิดมาเพื่อทำอาหารแป้งขาวชัด ๆ
ตอนนี้ซ่งเจี้ยนเย่เสียใจจริง ๆ ที่ปล่อยให้ลูกชายไปทำงานข้างนอกตั้งหนึ่งปี เสียดายพรสวรรค์ชะมัด!
【ติ๊ง! ภารกิจหลักเสร็จสิ้นแล้ว กำลังมอบรางวัล และอัปเดตภารกิจหลัก...】
【ติ๊ง! อัปเดตภารกิจหลักเสร็จสิ้นแล้ว กรุณาตรวจสอบด้วยตัวเอง】
“พ่อ ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พอได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ ซ่งเยี่ยนก็ไม่ทันได้ฟังคำชมของพ่อซ่งอีกต่อไป เขารีบพุ่งเข้าห้องน้ำแล้วเปิดหน้าต่างระบบทันที
