ออกจากโถงใหญ่แล้ว ฉินเจวี๋ยก็กลับไปยังห้องนอนอีกครั้ง
ฉินเยี่ยนเยี่ยนคิดจะตามไปด้วย แต่ฉินเจวี๋ยปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
อย่างไรเสีย เรื่องบางอย่างก็มีเพียงตนเท่านั้นที่รู้ได้ หากเปิดเผยออกไปย่อมมีแต่เสียกับเสีย
หลังปิดประตูห้อง ฉินเจวี๋ยนั่งขัดสมาธิลงกับพื้นทันที จิตสำนึกเชื่อมต่อกับกระถางทองแดงลึกลับที่อยู่ใจกลางทะเลจิตของเขาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเทียบกับ《เคล็ดรวมมารเทียนหยวน》แล้ว นี่ต่างหากคือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตน!
หึ่ง…
พร้อมกับความรู้สึกวิงเวียนจาง ๆ
ภาพตรงหน้าฉินเจวี๋ยพร่าเลือน พริบตาต่อมาเขาก็ปรากฏตัวขึ้นในห้วงมิติอิสระอันงดงามราวภาพวาด
หรือจะกล่าวว่า…โลกใบหนึ่ง!
โลกใบเล็กนี้มีกฎแห่งฟ้าดินครบถ้วนสมบูรณ์ กระทั่งกาลเวลาก็ไหลเร็วกว่าโลกภายนอกถึง 365 เท่า พอดีกับจำนวนดาราแห่งรอบฟ้า
สิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์ก็คือ โลกใบนี้ดูเหมือนยังไม่มั่นคงดี ปราณวิญญาณฟ้าดินเบาบางยิ่ง คล้ายกับดาวสีน้ำเงินที่เขาจากมา มีปริมาณเพียงราวหนึ่งในร้อยของทวีปเสวียนหยวน
โดยรวมแล้ว…
การฝึกฝนที่นี่ไม่ได้รวดเร็วเกินคาดอย่างที่คิด มีความเร็วมากกว่าโลกภายนอกเพียงสามเท่านิด ๆ เท่านั้น
“ที่แท้กระถางทองแดงอยู่ในทะเลจิตของข้า ส่วนตอนนี้ข้าเข้ามาอยู่ด้านในกระถางทองแดง…”
หลังเข้ามาในโลกภายในกระถางทองแดง ฉินเจวี๋ยก็พบได้ทันทีว่า
กระถางทองแดงลึกลับในทะเลจิตของเขาไม่ได้หายไป หากกลายเป็นเงารางเลือนที่ปรากฏให้เห็นวูบไหว
“หากอยากออกไปจากที่นี่ แค่เชื่อมจิตสำนึกเข้ากับเงากระถางทองแดง…อืม น่าจะเป็นเช่นนี้”
ฉินเจวี๋ยค้นพบเคล็ดลับในการกระตุ้นกระถางทองแดงได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิลงกับพื้น แล้วหยิบขวดหยกใบเล็กที่ซูจ่านซิงมอบให้ขึ้นมา
เขาดึงจุกออก ภายในมีโอสถสีแดงชาดขนาดเท่าไข่มุกอยู่ 10 เม็ด
ยาโลหิตชั้นเลิศ!
เมื่อคืนเขากับสองพี่น้องตระกูลซูรบรากันถึง 800 กระบวนท่า หยางบริสุทธิ์จึงพร่องไปอย่างหนัก
ยาโลหิตมีสรรพคุณหลักในการชดเชยความเสียหายของร่างกาย จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโอสถ
แน่นอนว่า ที่กล่าวถึงคือยาโลหิตธรรมดา
ส่วนยาโลหิตชั้นเลิศในมือฉินเจวี๋ยนั้นสามารถยกระดับความแข็งแกร่งของร่างกายผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างมหาศาล นับเป็นของล้ำค่าที่มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ ต่อให้เป็นขุมกำลังใหญ่ที่มีปรมาจารย์ยุทธ์คอยคุ้มครองก็ยังหาไม่ได้
เพราะหลอมยากเกินไป!
โอสถชั้นเลิศต้องกำจัดสิ่งเจือปนภายในให้หมดจด เหลือไว้เพียงสรรพคุณโอสถที่บริสุทธิ์ที่สุด
ยังมีเรื่องอายุของสมุนไพรที่ใช้หลอมโอสถ การผสานสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด รวมถึงการควบคุมความร้อนระหว่างหลอม…
หากขั้นตอนใดผิดพลาด ก็ย่อมส่งผลต่อโอสถที่หลอมสำเร็จในท้ายที่สุด
ด้วยเหตุนี้ บนทวีปเสวียนหยวนในปัจจุบัน ต่อให้มอบหมายให้นักหลอมโอสถชั้นยอดที่สุดหลอมโอสถรวมปราณที่พบเห็นได้ทั่วไป อย่างมากก็หลอมได้เพียงโอสถชั้นดีเท่านั้น
ลองคิดดูก็แล้วกัน
หากยาโลหิตชั้นเลิศทั้ง 10 เม็ดนี้ปรากฏขึ้นในโลกภายนอก ย่อมทำให้ขุมกำลังมากมายคลุ้มคลั่งแน่นอน!
“โอสถนี่…ไม่ถูกสิ!”
หลังกลืนยาโลหิตชั้นเลิศเม็ดหนึ่งลงไป ฉินเจวี๋ยรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคายโอสถที่กลืนเข้าไปออกมา
มันไม่ได้ละลายในปากดังที่คิด
นอกจากผิวโอสถจะเปื้อนน้ำลายเล็กน้อยแล้ว ก็แทบไม่ต่างจากก่อนเอาเข้าปากเลย!
“ข้า…ถูกโอสถปฏิเสธหรือ?”
ฉินเจวี๋ยถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง เก็บโอสถกลับลงในขวดหยกใบเล็ก จากนั้นหลับตาทั้งสองข้าง แล้วทั่วร่างก็ค่อย ๆ ปรากฏแสงสีดำจาง ๆ ขึ้นเป็นสาย
นี่คือสุดยอดวิชาของวังหุนเทียน《เคล็ดรวมมารเทียนหยวน》!
แม้จะเป็นเพียงครึ่งแรก แต่ความลึกล้ำของเคล็ดวิชานี้ก็ยังเกินจินตนาการของผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปไปไกล
ภายในเคล็ดวิชานอกจากเส้นทางการโคจรทั่วร่างของพลังแท้จริง (พลังมาร) แล้ว
ยังรวมถึงหมัดและกายเคลื่อนไหว การหลอมศัสตราและโอสถ การหลอมกายและวิญญาณ รวมถึงเขตแดนแห่งเจตจำนง…
“กายามารสถิตหมื่นพังทลาย?”
ดวงตาฉินเจวี๋ยพลันเปล่งประกาย
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
เพราะตนฝึก《เคล็ดรวมมารเทียนหยวน》 ร่างกายจึงแปรเปลี่ยนตามไปด้วย กลายเป็นกายาพิเศษที่เหมาะแก่การฝึก《กายามารสถิตหมื่นพังทลาย》
ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
แต่ประเด็นสำคัญคือ หากจะฝึก《กายามารสถิตหมื่นพังทลาย》 ก็มีเพียงการหลอมปราณแท้จริง (ปราณมาร) อันบริสุทธิ์ หรือดูดซับกากเดนของสรรพสิ่งเท่านั้น!
“กายามารสถิตหมื่นพังทลาย…คำว่าพังทลายในที่นี้หมายถึงความเสื่อมโทรม หรือกากเดนอย่างนั้นหรือ?”
คราวนี้ฉินเจวี๋ยถึงกับพูดไม่ออกจริง ๆ
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ดูดซับได้แต่กากเดน หรือหมายความว่า
โอสถล้ำค่าที่เคยกิน ทรัพยากรฝึกฝนที่มีมูลค่าสูงลิบ ต่อไปเขาต้องบอกลาพวกมันไปตลอดกาลอย่างนั้นหรือ?!
“มิน่าเล่าถึงดูดซับยาโลหิตชั้นเลิศที่กลืนไปเมื่อครู่ไม่ได้ เพราะโอสถชั้นเลิศบริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปนโดยสิ้นเชิง…”
อย่างไรเสีย เขาก็เคยเป็นราชันแห่งทหารรับจ้าง
เมื่อรู้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ฉินเจวี๋ยก็ไม่ได้ท้อแท้ ไม่นานก็ยอมรับความจริงได้อย่างสงบ
เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายก็ได้
หยางบริสุทธิ์ของเขาสลายไป ทั้งยังไม่ได้รับความโปรดปรานในจวนโหว หากคิดจะหาทรัพยากรฝึกฝนต่อไป ก็ยากเย็นราวกับปีนขึ้นสวรรค์
ส่วนกากเดนของสรรพสิ่งน่ะหรือ อยากได้เท่าไรก็หาได้ไม่ใช่หรือ?
“ดูดซับปราณวิญญาณฟ้าดินเพื่อยกระดับขอบเขตยุทธ์ ความเร็วในการฝึกฝนมากกว่าโลกภายนอกสามเท่า”
“แต่กาลเวลาที่นี่ไหลเร็วขึ้นถึง 365 เท่าอย่างแท้จริง”
“มีเวลามากมายขนาดนี้ นอกจากฝึกฝนตามปกติแล้ว ยังใช้ทำความเข้าใจเคล็ดวิชาลับอื่น ๆ หรือขัดเกลาวิชายุทธ์ได้ ล้วนช่วยเพิ่มพูนพลังได้ทั้งนั้น!”
ฉินเจวี๋ยสลัดความคิดฟุ้งซ่าน แล้วโคจร《เคล็ดรวมมารเทียนหยวน》อย่างเงียบงัน เริ่มนั่งสมาธิฝึกฝน
ก่อนเมื่อคืนวาน เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดสูงสุด ห่างจากการเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นหกเพียงครึ่งก้าว
หลังหยางบริสุทธิ์สลาย พลังปราณจาก《เคล็ดทะลวงทัพจันทราบริสุทธิ์》ที่ฝึกฝนมาก่อนก็แตกสลาย ขอบเขตจึงร่วงลงมาอยู่ขั้นเจ็ดช่วงต้น
ผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตนี้ยังไม่อาจละเว้นอาหารได้ อย่างมากฝึกฝนต่อเนื่องสามวันสามคืนก็จะหิวจนทนไม่ไหว ต้องกินข้าวดื่มน้ำ
แต่ฉินเจวี๋ยกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ขณะนี้
จุดแสงสีเทานับไม่ถ้วนแผ่ซ่านออกมาจากขุนเขาและสายน้ำรอบด้าน หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของฉินเจวี๋ยอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนภาเบื้องบน ปฐพีใต้ฝ่าเท้า กระทั่งห้วงสุญญะอันไร้ขอบเขต
จุดแสงสีเทามีอยู่แทบทุกหนแห่ง
ฉินเจวี๋ยสัมผัสได้ด้วยซ้ำว่าจุดแสงเหล่านี้กำลังหลอมรวมเข้ากับเลือดเนื้อของเขาอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
ที่ประหลาดยิ่งกว่าคือ เขาฝึกฝนติดต่อกันครึ่งเดือนกว่า กลับไม่รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย!
“ดูดซับปราณฟ้าดินคุณภาพต่ำ กินแต่อาหารขยะ…”
ฉินเจวี๋ยหัวเราะเยาะตนเอง จากนั้นก็ไม่คิดมากอีก แล้วเข้าสู่สภาวะฝึกฝนอีกครั้ง
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่รู้เนื้อรู้ตัว โลกภายในกระถางทองแดงก็ผ่านไปเกือบครึ่งปีแล้ว
ส่วนโลกภายนอกผ่านไปเพียงครึ่งวัน พอดี 6 ชั่วยาม
ท้องฟ้ามืดสนิท ยามราตรีมาเยือนอีกครั้ง
“แบบนี้ไม่ได้การแล้ว…”
ฉินเจวี๋ยพึมพำเสียงต่ำ พลางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้น
การฝึกฝนไม่ใช่การปิดประตูฝึกตน ทรัพยากร สหายร่วมทาง เคล็ดวิชา และสถานที่ ล้วนขาดไม่ได้
เขามีกระถางทองแดงลึกลับ ทั้งยังมี《เคล็ดรวมมารเทียนหยวน》 เรียกได้ว่าครอบครองเพียงเคล็ดวิชาและสถานที่เท่านั้น
จุดแสงสีเทานั้นไม่เลวก็จริง แต่การยกระดับร่างกายกลับเชื่องช้าเกินไป
ปราณวิญญาณฟ้าดินในโลกภายในกระถางทองแดงก็บางเบาเกินไป ไม่เพียงพอจะรองรับความทะเยอทะยานของเขา
หากต้องการเอาชนะฉินเจิงในการประลองทหารคราวนี้
หากต้องการยกระดับขอบเขตขึ้น 4 ขั้นภายในครึ่งปี แล้วก้าวสู่ขั้นสามปรมาจารย์ยุทธ์
อาศัยเพียงการฝึกฝนอย่างหนักในกระถางทองแดงลึกลับนั้นห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ!
“ต้องหาเงินแล้ว…ไม่สิ ต้องหาของไร้ค่า กากเดนต่างหาก”
ฉินเจวี๋ยหลับตา ตั้งจิตกระตุ้นเงากระถางทองแดงในทะเลจิต
หึ่ง…
ในสมองเกิดความรู้สึกวิงเวียนขึ้นชั่วขณะสั้น ๆ
พริบตาต่อมา ภายในห้องนอน
ฉินเจวี๋ยซึ่งนั่งขัดสมาธิมาครบ 6 ชั่วยาม ก็ลืมตาที่ปิดสนิทขึ้นฉับพลัน
แทบจะในเวลาเดียวกัน
ท่ามกลางราตรีมืดมิดที่ปกคลุมจวนโหวทั้งหลัง มีเงาคนผู้หนึ่งลับ ๆ ล่อ ๆ
มันเหลือบมองห้องนอนของฉินเจวี๋ยอยู่สองสามครั้ง ก่อนเปลี่ยนทิศทางแล้วเร่งฝีเท้ามุ่งไปยังเรือนหลัง
