หัวใจของเมิ่งจี้เสวี่ยสะดุดไปหนึ่งจังหวะ เธอเงยหน้าขึ้นฉับพลัน แล้วก็เห็นบุรุษผู้โดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางผู้คน
เขาสูงถึงหนึ่งเมตรเก้าสิบ รูปร่างสูงใหญ่สง่าผ่าเผย โหนกคิ้วคมกริบราวคมมีด กดทับดวงตาดำสนิทลึกล้ำจนยากหยั่งถึง
หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย บนสันจมูกมีไฝจาง ๆ เม็ดหนึ่ง ยิ่งเสริมเสน่ห์อันตรายให้เด่นชัดขึ้น แนวกรามขึงตึงเป็นเส้นคมกริบ ขณะเขากำลังเดินตรงมาหาเธอ
เขาเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะเขียนหนังสือ สายตาจับอยู่บนภาพวาด ก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อย
ความกดดันที่ถาโถมเข้ามาทำให้เมิ่งจี้เสวี่ยเผลอกำมือแน่น
ผู้ชายคนนี้
มีออร่าทรงพลังเหลือเกิน
ผ่านไปครู่หนึ่ง
เสียงทุ้มต่ำเย็นชาของชายหนุ่มก็ดังขึ้นข้างหูเธอ
“น่าเสียดาย”
น่าเสียดายหรือ
น่าเสียดายอะไร
เมิ่งจี้เสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วสบตากับโจวหานจาง
เธอพยายามจับพิรุธบางอย่างจากสีหน้าของโจวหานจาง
