เมิ่งจี้เสวี่ยคิดว่า เธอต้องหาโอกาสอยู่ตามลำพังกับโจวหานจางสักครั้ง
แต่คิดไปคิดมา เธอก็พบว่าตัวเองพูดเก่งเป็นฉาก ๆ ทว่าพอถึงเวลาต้องลงมือยั่วยวนผู้ชายจริง ๆ สำหรับคุณหนูใหญ่เมิ่งแล้ว เรื่องนี้ช่างยากอยู่ไม่น้อย
ชาติก่อน แม้โจวจือซูจะนอกใจและทรยศเธอ แต่ตลอดยี่สิบปีนั้น จะให้เธอก้มหัวเอาใจโจวจือซูย่อมเป็นไปไม่ได้ นิสัยของเธอเย็นชาและหยิ่งทระนง ปฏิบัติต่อใครก็เฉยเมย หลังแต่งงาน อีกฝ่ายย่อมเป็นคนคอยเอาอกเอาใจเธออยู่แล้ว
ส่วนก่อนแต่งงาน ด้วยชาติตระกูล หน้าตา และความสามารถของเธอ ผู้ชายต่างก็เป็นฝ่ายตามจีบ ไม่มีผู้ชายคนไหนที่ทำให้เมิ่งจี้เสวี่ยต้องคิดหาวิธีเข้าหาเลย
จู่ ๆ ต้องมาทำเรื่องแบบนี้ เมิ่งจี้เสวี่ยก็อดปวดหัวไม่ได้ โดยเฉพาะหลังจากได้รู้จักโจวหานจางแล้ว ดูเหมือนเขาจะหยิ่งยโสยิ่งกว่าเธอเสียอีก
ระหว่างที่เมิ่งจี้เสวี่ยกำลังครุ่นคิด
โจวจือซูก็แอบย่องเข้ามา
“จี้เสวี่ย คืนนี้เราไปดูหนังกันไหม”
เมื่อเห็นว่าเมิ่งจี้เสวี่ยไม่สนใจคนอื่นเลย โจวจือซูก็ดีใจแทบแย่ พอได้จังหวะก็รีบปรี่เข้ามาชวนเธอหน้าด้าน ๆ
เมิ่งจี้เสวี่ยไม่สนใจความหน้าหนาไร้ยางอายของโจวจือซูแม้แต่น้อย เธอตอบเสียงเรียบว่า “ฉันไม่อยากไป คุณไปดูเองเถอะ”
โจวจือซูกลับไม่ถือสา เพราะเมิ่งจี้เสวี่ยเย็นชาแบบนี้มาตลอด เขาจึงชินแล้ว
สาวสวยย่อมมีนิสัยเป็นของตัวเอง
โจวจือซูพูดอย่างกระตือรือร้นว่า “ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้อยากดู ‘คลื่นแม่น้ำดานูบ’ ซ้ำอีกครั้งหรอกหรือ วันนี้ฉายเรื่องนี้พอดี ฉันเพิ่งไปถามอาเล็กมา ท่านยังหาตั๋วให้เราได้สองใบด้วย”
