“เป็นความบกพร่องของข้าเอง เกือบทำให้เจ้าต้องเดือดร้อนแล้ว”
เมื่อสืบสาวเรื่องราวจนกระจ่าง ก็พบว่าปัญหาเกิดจากทางเจียงเผยจวิน
เจียงเผยจวินเองก็คาดไม่ถึงว่าสาวใช้ที่นางส่งไปนำจดหมายจะถูกคนซื้อตัว แล้วเปลี่ยนจดหมายที่ส่งไปยังตำหนักบูรพาเป็นเทียบเชิญจิ่วจิ่วไปพบ
จิ่วจิ่วไม่ได้ตำหนิเจียงเผยจวิน กลับปลอบนางว่า “นี่เป็นแผนที่วางไว้เล่นงานข้า ต่อให้ไม่มีจดหมายของเจ้า พวกนั้นก็หาทางอื่นล่อข้าออกมาอยู่ดี ข้าคงอยู่แต่ในตำหนักบูรพาไปชั่วชีวิตไม่ได้หรอก หากเป็นเช่นนั้นคงอึดอัดตายพอดี”
“แต่...” เจียงเผยจวินยังคงรู้สึกผิดอย่างยิ่ง
จิ่วจิ่วตัดบทนาง “อย่ามัวแต่แต่เลย เล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียดเถิดว่าข้างนอกลือกันอย่างไรบ้าง”
“นอกจากลือว่าเลือดเนื้อของข้ารักษาโรคได้แล้ว ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่?”
เจียงเผยจวินส่ายหน้า “เท่าที่รู้มีเพียงเท่านี้”
จิ่วจิ่วส่ายหน้า “ยังไม่พอ กระแสยังเบาเกินไป เสี่ยวโมกู่ ช่วยข้าสักเรื่องสิ”
“ว่ามา” เจียงเผยจวินตอบ
แววเจ้าเล่ห์วูบผ่านดวงตาจิ่วจิ่ว นางกล่าวว่า “ให้คนไปปล่อยข่าวข้างนอกเพิ่มอีกหน่อย บอกว่าเลือดของข้าทำให้คนเป็นอมตะ เนื้อของข้าชุบชีวิตคนตายได้ ที่จริงข้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นเด็กข้างกายพระโพธิสัตว์กวนอิมที่ลงมายังโลกมนุษย์ ขอเพียงกินเลือดเนื้อของข้า ก็จะเหินสู่สวรรค์กลางวันแสก ๆ กลายเป็นเซียนได้ทันที”
เจียงเผยจวินเบิกตากว้าง “เจ้าคลุ้มคลั่งไปแล้วหรือ?”
“อีกอย่าง อย่าลืมให้พวกเขาลือว่าเลือดของข้าเป็นสีทอง หัวใจของข้าก็เป็นสีทอง ข้าเป็นผู้ทำความดีมาสิบชาติที่เปล่งประกายทองทั่วร่าง” จิ่วจิ่วกล่าวต่อ
เจียงเผยจวินคิดว่าจิ่วจิ่วเสียสติไปแล้ว
