“เล่นจนพอหรือยัง?”
ภายนอกจวนองค์ชายรอง บนรถม้าคันหนึ่ง
เซียวจิ่วเยวียนมองจิ่วจิ่วที่ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนเขาราวกับลูกแมว กำลังหาวอย่างเกียจคร้าน แล้วเอ่ยถาม
จิ่วจิ่วหดคอ พลางพึมพำว่า “เสี่ยวเจียงจื่อได้เป็นไท่จื่อ หนี้ที่ติดค้างข้าถึงจะคืนหมดได้เร็วขึ้น หากเขาถูกฆ่าตายเสียก่อน แล้วข้าจะไปทวงหนี้กับใครเล่า?”
เดิมทีใครจะได้เป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นเชียงก็ไม่เกี่ยวกับนาง
แต่ใครใช้ให้นางเป็นเจ้าหนี้ของเสี่ยวเจียงจื่อกันเล่า!
หากลูกหนี้หมดหนทางใช้หนี้ ผู้ที่เสียหายมากที่สุดมิใช่นางซึ่งเป็นเจ้าหนี้หรอกหรือ
นางมิได้โง่เขลา เรื่องเช่นนี้ยังแยกแยะได้
“พลังวิญญาณของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์แคว้นยังไม่คลายผนึก หรือเจ้าคิดจะกลับมหาอาณาจักรฉีแล้วค่อยจัดการเรื่องนี้?”
เซียวจิ่วเยวียนไม่เคยถามจิ่วจิ่วถึงเรื่องฟื้นฟูพลังวิญญาณของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์แคว้น
เขารู้ว่าจิ่วจิ่วย่อมมีแผนการของตนเอง
ทว่าบัดนี้พวกเขากำลังจะจากไป เรื่องนี้จึงจำต้องเอ่ยถึง
“ไม่ต้องรีบร้อน จะมีคนมาหาเราเอง แล้วช่วยจัดการเรื่องนี้” จิ่วจิ่วตอบโดยไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้น
เซียวจิ่วเยวียนเลิกคิ้ว “เด็กน้อย ยังจะอมพะนำอีกหรือ?”
จิ่วจิ่วเปลี่ยนท่าแล้วขดตัวอยู่ในอ้อมแขนเขาต่อ ส่งเสียงอู้อี้สองครั้ง
ก่อนพึมพำว่า “ท่านให้คนปล่อยข่าวว่าเรากำลังจะจากไป แล้วปลาก็จะติดเบ็ดเอง”
“แค่นี้ก็พอแล้วหรือ? เจ้าแน่ใจหรือ?” เซียวจิ่วเยวียนถามจิ่วจิ่ว
จิ่วจิ่วส่งเสียงอืออา พลางพยักหน้า “อืม ทำตามที่ข้าบอก อย่ารบกวน ข้าง่วง อยากนอน”
