“อ๊า... ขา...ข้า...”
เสียงร้องโหยหวนของเจิ้นหนานอ๋องดังก้องไปทั่วฟ้า
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ดวงตาแดงก่ำ
“เจ้า... เจ้ากล้า... อ๊า... ขา...”
เมื่อเห็นเจิ้นหนานอ๋องเจ็บปวดจนใบหน้าบิดเบี้ยว เซียวจิ่วเยวียนก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
เขาหิ้วกระบี่ยาวที่ยังมีเลือดหยด เดินเข้าไปหาเจิ้นหนานอ๋องทีละก้าว
“บัดนี้ เสด็จอามีคุณสมบัติที่จะพูดกับเราแล้ว”
“เมื่อครู่เสด็จอาบอกว่าอยากได้บัลลังก์ของเราใช่หรือไม่?”
เจิ้นหนานอ๋องนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ดวงตาอาฆาตจ้องเขม็งไปยังเซียวจิ่วเยวียน
“เจ้า... เจียงหลิน ฆ่าเขา! ฆ่าเขาให้ข้า!”
เจิ้นหนานอ๋องตะโกนใส่เจียงหลินอย่างคลุ้มคลั่ง
องค์ชายสี่รีบกล่าวเสริมทันที “ใช่แล้ว แม่ทัพเจียง รีบสังหารคนบาปผู้นี้เสีย!”
“ฆ่าเขาเสีย รอข้าขึ้นครองราชย์ เจ้าก็จะเป็นผู้สร้างคุณูปการสูงสุด ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นอ๋องต่างแซ่ ให้ลูกหลานของเจ้าได้เสวยสุขกับความมั่งคั่งรุ่งเรืองชั่วลูกชั่วหลาน”
องค์ชายสี่รีบให้คำมั่นกับเจียงหลิน
ทว่าเจียงหลินยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
เขาหันไปกล่าวกับเจิ้นหนานอ๋อง “ท่านอ๋อง หากไม่มีตราพยัคฆ์ กระหม่อมก็ไม่อาจระดมกำลังคนมาช่วยท่านอ๋องประคองสถานการณ์ได้”
เจิ้นหนานอ๋องกัดฟัน ถลึงตามองเซียวจิ่วเยวียนอย่างเคียดแค้น
จากนั้นแววโหดเหี้ยมก็วาบผ่านดวงตา เขายกมือโยนตราพยัคฆ์ให้เจียงหลิน
“ตราพยัคฆ์อยู่ที่นี่แล้ว จงนำคนไปจับเจ้าลูกนอกคอกนั่นมาโดยเร็ว!”
เจียงหลินรับตราพยัคฆ์มา เมื่อตรวจดูจนแน่ใจว่าเป็นของจริงแล้ว เขาก็ทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคนในที่นั้น
เจียงหลินประคองตราพยัคฆ์ไว้ด้วยสองมือ คุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเซียวจิ่วเยวียน แล้วกล่าวว่า “กระหม่อมทำภารกิจสำเร็จสมดังที่ได้รับมอบหมาย บัดนี้ได้นำตราพยัคฆ์กลับคืนมาแล้ว”
