“ชู่ว!”
จิ่วจิ่วยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก ทำท่าห้ามส่งเสียง
พระชายาจิ่งชินอ๋องข่มความตื่นตะลึงในใจ แล้วเบือนสายตากลับมาอย่างไม่แสดงพิรุธ
นางแสร้งยกมือเท้าศีรษะ แต่ในมุมที่ไม่มีใครมองเห็น กลับทำสัญญาณให้ออกไปอย่างเงียบเชียบ
ทางด้านนี้ คุณชายสามโอบกอดสาวใช้ที่ซบอยู่ในอ้อมแขน พลางพานางซึ่งส่งเสียงครางงึมงำประหลาดเดินมาหยุดตรงหน้าพระชายาจิ่งชินอ๋อง
เขาเอ่ยกับพระชายาจิ่งชินอ๋องด้วยสีหน้าโอหังได้ใจ “พระชายา ไม่คิดจะวิงวอนข้าสักหน่อยหรือ? บางทีหากข้าอารมณ์ดี อาจไว้ชีวิตท่านก็ได้”
พระชายาจิ่งชินอ๋องเพียงปรายตามองบุตรอนุผู้นี้ ซึ่งนางไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา
ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “หากเจ้าคิดจะไว้ชีวิตข้า เรื่องเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้นในวันนี้ หลายปีมานี้เจ้าซ่อนตัวได้แนบเนียนยิ่ง ข้าไม่เคยระแคะระคายเจ้าเลย”
ใครเล่าจะสงสัยคนไร้ค่าที่เอาแต่สำมะเลเทเมา มองเห็นแต่โฉมงามกับเงินทอง ส่วนเรื่องอื่นกลับไม่ใส่ใจ?
คุณชายสามหัวเราะจนตัวงอ “ฮ่า ๆ ๆ…พระชายาถึงกับเอ่ยกับข้าเช่นนี้ นับว่าเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าฝีมือการแสดงของข้าดีเพียงใด”
“น่าเสียดายที่พี่ใหญ่ผู้มีอายุสั้นของข้าไม่มีโชคดีเช่นพระชายา ไม่อาจมีชีวิตอยู่จนเห็นธาตุแท้ของข้า”
เมื่อได้ยินคุณชายสามเอ่ยถึงบุตรชายผู้ล่วงลับ พระชายาจิ่งชินอ๋องซึ่งก่อนหน้ายังมีสีหน้าเฉยเมย พลันแปรเปลี่ยนไป
นางมองคุณชายสามด้วยแววตาคมกริบเปี่ยมแรงอาฆาต “เป็นเจ้าจริง ๆ!”
นางก็ว่าแล้ว บุตรชายของนางมิใช่คนเจ้าชู้เช่นนั้น
เหตุใดจู่ ๆ จึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
