หลังชายผู้นั้นจากไป จิ่วจิ่วกับเซียวหยวนก็ออกไปด้วย
เมื่อพบความลับใหญ่โตของพระสนมอวี๋เช่นนี้ พวกเขายังจะมีแก่ใจข่มขู่พระสนมอวี๋ได้อย่างไร?
“เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
เมื่อกลับถึงพระตำหนักอิ่งเสวี่ย จิ่วจิ่วจึงเอ่ยถามเซียวหยวน
เซียวหยวนมองจิ่วจิ่วด้วยสีหน้าฉงน “ข้าคิดเห็นอย่างไรหรือ?”
“เรื่องความลับของพระสนมอวี๋ เจ้าไม่มีอะไรอยากพูดหรือ?” จิ่วจิ่วมองตาเซียวหยวนพลางถาม
เซียวหยวนย้อนถามนาง “ความลับของนางเกี่ยวอันใดกับข้า?”
คำพูดประโยคเดียวของเขาทำเอาจิ่วจิ่วงุนงงไปหมด
ฟังดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง
“ก็ได้ เช่นนั้นข้ารู้แล้ว” จิ่วจิ่วหาวหวอดก่อนบอกเซียวหยวน “ข้าง่วงแล้ว เจ้ากลับไปนอนเถิด!”
“ได้” เซียวหยวนเดินไปสองสามก้าวก็หยุด หันมามองจิ่วจิ่ว “นี่คือห้องนอนของข้า”
จิ่วจิ่วกะพริบตา “อ้อ ราตรีสวัสดิ์”
นางเดินออกจากห้อง แล้วกลับไปยังห้องพักของตนที่อยู่ข้างๆ
ส่วนเหล่านางกำนัลกับขันทีที่คอยรับใช้พวกเขา ถูกธูปหนึ่งดอกของจิ่วจิ่วทำให้สลบไปนานแล้ว
จิ่วจิ่วนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง ทว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็นอนไม่หลับ
“ไม่ได้ ข้าต้องหาอะไรทำสักอย่าง ไม่เช่นนั้นคงนอนไม่หลับ”
จิ่วจิ่วลุกขึ้นนั่ง พึมพำอยู่ในปาก
นางสวมเสื้อผ้าแล้วออกจากห้อง โดยไม่ได้ไปเรียกเซียวหยวนที่อยู่ห้องข้างๆ
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม จิ่วจิ่วจึงกลับมา
นางดูเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง พอเอนกายลงบนเตียงก็หลับไปทันที
วันรุ่งขึ้น หลังฟ้าสาง
จิ่วจิ่วถูกเซียวหยวนปลุกให้ตื่น
“มีอะไรหรือ? บ้านใครไฟไหม้?” จิ่วจิ่วลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือแล้วถาม
