ช่วงหลายวันมานี้ คุณชายรองลั่วห่อเหี่ยวหมดอาลัยตายอยาก
น้องสาวรับปากว่าจะช่วยให้เขาได้แต่งกับองค์หญิง ทว่ากลับไร้ข่าวคราว ซ้ำบิดามารดา ปู่ย่าต่างก็ไม่พอใจเขาไปเสียทุกเรื่อง
เขาสูญเสียงานการ ทำตัวว่างเว้นอยู่ทุกวัน
สหายสนิทที่เคยคบหากันต่างตีตัวออกห่าง แม้แต่หญิงสาวที่เขาพึงใจก็ปฏิเสธไม่ยอมพบหน้าเขาหลายครั้ง
“คุณชายรองลั่วโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ วันนี้หรูเยียนมีแขกแล้ว” แม่เล้าของหอคณิกาให้คนไล่คุณชายรองลั่วออกไป ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง
คุณชายรองลั่วชี้หน้าแม่เล้าแล้วด่ากราด
“พวกเจ้ามันสุนัขประจบคนสูงเหยียบย่ำคนต่ำ รีบให้หรูเยียนออกมาพบข้าเสีย หากไม่เช่นนั้น ข้าจะทุบที่นี่ให้ราบ!”
แม่เล้าเปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือ จ้องคุณชายรองลั่วพลางเยาะเย้ย “โอ้ วันนี้ข้าได้ฟังเรื่องน่าขันเสียแล้ว คุณชายรองลั่วบอกว่าจะทุบหอคณิกาของข้าอย่างนั้นหรือ? ฮิ ๆ ๆ... เชิญตามสบายเถิด ข้าเกรงแต่ว่าถึงเวลานั้น ต่อให้ตระกูลลั่วหมดเนื้อหมดตัวก็ยังชดใช้ค่าเสียหายของหอคณิกาเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่ไหว”
“เจ้า...” ถูกแม่เล้าหอคณิกาเยาะเย้ยเช่นนี้ คุณชายรองลั่วพลันเปลี่ยนสีหน้า เตรียมลงมือสั่งสอนแม่เล้าที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำผู้นี้
ทว่าเขายังไม่ทันแตะต้องแม่เล้า ก็ถูกเด็กหนุ่มข้างกายนางขวางไว้ ก่อนโยนออกไป
“ไม่มีเงินก็สงบเสงี่ยมเข้าไว้ หอคณิกาของข้าไม่ต้อนรับคนจน”
“หรูเยียนยิ่งไม่มีทางเสียเวลาให้คนไร้ค่าเช่นเจ้าหรอก”
กล่าวจบ แม่เล้าก็หมุนกายจากไป
คุณชายรองลั่วถูกโยนลงพื้นราวกับสุนัขจรจัด สภาพน่าอเนจอนาถยิ่งนัก
ผู้คนเดินขวักไขว่รอบด้าน บ้างจำคุณชายรองลั่วได้ จึงพากันหัวเราะเยาะเขา
