กรมขุนนางตรวจการ โจวเผยกำลังจัดการงานราชการ
ทันใดนั้นก็มีคนเร่งรุดเข้ามารายงาน “ใต้เท้า เกิดเรื่องแล้ว!”
โจวเผยขมวดคิ้ว ตวาดเสียงเย็น “ลนลานเช่นนี้ ยังมีระเบียบอยู่หรือ?”
“ใต้เท้า คนมากมาย...บุกมาถึงหน้าประตูแล้วขอรับ” ผู้มาแจ้งกล่าวตะกุกตะกัก
โจวเผยเดือดดาล “ข้าอยากเห็นนักว่าเป็นผู้ใด ใจกล้าถึงขั้นบุกกรมขุนนางตรวจการของข้าอย่างเปิดเผย!”
กล่าวจบ โจวเผยสะบัดแขนเสื้อ ก้าวฉับ ๆ ออกไป
โถงด้านหน้ากรมขุนนางตรวจการ ขุนนางตรวจการเฉินกำลังกระซิบบอกผลงานในอดีตของโจวเผยให้จิ่วจิ่วฟัง “โจวเผยผู้นี้นิสัยประหลาด อารมณ์ร้อน รับมือยากยิ่งนัก ครั้งหนึ่งมีคนตั้งข้อกังขาว่าเขาไม่คู่ควรกับตำแหน่งเสนาบดีกรมพิธีการ เขาถึงกับไปดักด่าคนผู้นั้นหน้าประตูบ้านนานถึงครึ่งเดือน”
“เขายังเคยกดคนผู้หนึ่งลงกับพื้นแล้วทุบตีอย่างหนักกลางท้องพระโรง โดยอ้างว่าอีกฝ่ายมองเขามากเกินไป หลังเกิดเรื่องยังไม่ทันรอให้ฝ่าบาทลงโทษ เขาก็คุกเข่าขอตายเสียก่อน แม้แต่ฝ่าบาทก็ยังทรงทำอะไรเขาไม่ถูก”
“หากจะว่าคนผู้นี้มีเล่ห์เหลี่ยม เขาก็ทำตัวราวกับนักเลง หากจะว่าหัวไม่ดี ทุกครั้งที่ก่อเรื่อง เขากลับเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย”
จิ่วจิ่วเข้าใจแล้ว สรุปเป็นประโยคเดียวว่า “เขาก็เป็นนักเลงมีความรู้คนหนึ่งสินะ!”
ขุนนางตรวจการเฉินพลันกระจ่าง พยักหน้ารัว ๆ
จะว่าไป คำเปรียบเปรยของจวิ้นจู่น้อยช่างตรงนัก
“ถูกต้อง โจวเผยเป็นนักเลงเฒ่ามีความรู้!” ขุนนางตรวจการเฉินตบมือหัวเราะลั่น
คราวหน้าโจวเผยกล้าถากถางเขาอีก เขาจะใช้คำของจวิ้นจู่น้อยด่ากลับไป
เขาแทบรอไม่ไหวที่จะเห็นโจวเผยผู้เป็นนักเลงเฒ่าถูกตอกกลับจนพูดไม่ออก
